พระครูจิรธรรมโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดจอมแจ้ง – วันเสาร์ที่ 12 ธ.ค. 2563 น้อมรำลึกครบรอบ 11 ปี มรณกาล “พระครูจิรธรรมโชติ” (คำมูล จิรธัมโม) อดีตเจ้าคณะตำบล โคกงาม อ.ด่านซ้าย และอดีตเจ้าอาวาสวัดจอมแจ้งบ้านโคกงาม ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย พระเถระชั้นผู้ใหญ่ของอำเภอด่านซ้ายได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ที่มีความรู้ความสามารถรูปหนึ่ง

ด้วยวัตรปฏิบัติที่ดีงาม ทำให้ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา

มีนามเดิมว่า คำมูล แพงศรี เกิดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2478 ที่บ้านบ่อแตน เมืองแก่นท้าว สปป.ลาว บิดามารดาเป็นคนไทยแต่อพยพไปทำมาหากินที่ฝั่ง สปป.ลาว ต่อมาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านนาดี ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย ประกอบอาชีพการเกษตร

เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2514 ที่วัดโพธิ์ศรี หมู่ 1 บ้านนาดี ต.นาดี อ.ด่านซ้าย โดยมี พระครูสุมนาวุฒิกร เจ้าคณะอำเภอด่านซ้าย เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวีรธรรมโสภณ เจ้าคณะตำบลนาดี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูประจันตนิวิฐ เจ้าคณะตำบลด่านซ้าย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า จิรธัมโม

อยู่จำพรรษาที่วัดโพธิ์ศรี เป็นเวลา 3 พรรษา ก่อนได้ติดตามหลวงพ่อตัน อิสิญาโณ ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดจอมแจ้ง ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย 2 พรรษา จนได้รับแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส วัดจอมแจ้ง

พ.ศ.2523 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส

ด้านการศึกษา เรียนจบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แต่หลังจากบวช เรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม สามารถสอบได้นักธรรม ชั้นโท ที่สำนักเรียนวัดสว่างอารมณ์ ต.นาดี อ.ด่านซ้าย

ในปี พ.ศ.2525 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอด่านซ้าย พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นตรีที่ พระครูจิรธรรมโชติ พ.ศ. 2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม

เป็นพระเถระที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวบ้านตำบล โคกงาม ด้วยเป็นพระนักพัฒนาและพระนักอนุรักษ์ มีความรู้ ความสามารถพิเศษในงานหัตถกรรม สามารถทำกลองได้หลายชนิด และนำไปแจกจ่ายตามวัดต่างๆ

ในห้วงระหว่างที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พัฒนาวัดและชุมชนรอบพื้นที่จนมีความเจริญก้าวหน้ามาจนทุกวันนี้ อีกทั้งเป็นผู้ก่อตั้งสำนักสงฆ์ถ้ำผาบ่อง ร่วมกับ หลวงพ่อตัน คณะสงฆ์และป่าไม้ กลายเป็นสำนักสงฆ์ที่มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ผืนป่ารอบชุมชน ในการนี้ยังได้ ร่วมกับชาวบ้าน สร้างฝายน้ำล้นเพื่อการ เกษตร

ย่างเข้าสู่บั้นปลายชีวิต มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัว คือโรคกระเพาะ โดยพยายามรักษาตัวด้วยยาสมุนไพรและ ยาสามัญประจำบ้านมาตลอด

ในปี พ.ศ.2552 ก่อนเข้าพรรษา คณะศิษย์เห็นว่าท่านอาพาธหนัก จึงได้พาไปตรวจที่คลินิกของเอกชนที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แพทย์ลงความเห็นว่าเป็น เบาหวาน ความดันโลหิต และมะเร็งระยะสุดท้าย

กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่วัด จนกระทั่งมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2552 สิริอายุ 74 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน