ครอบงำ ข้อมูล ความคิด (71) – จากความมุ่งมั่นของจ้าวเยี่ยนที่ไต่ระดับทยานถึงขั้นเปล่งประกาศ “ข้าจะแบกเจ้าออกไป พวกเราไปสวี่ตูด้วยกัน” ส่งผลให้ซือหม่าอี้ต้องส่ายหน้า

“ความปรารถนาของเจ้าข้ารับไว้ด้วยใจ

แต่ผู้คิดกระทำการใหญ่จะผูกมัดตัวเองไว้กับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร ในความเห็นของข้าขอเพียงเจ้ากลับไปที่สวี่ตูและสืบหาความจริงให้ได้ก็พอ”

คำถามที่ตามมาก็คือ “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร”

มาถึงคำถามนี้ซือหม่าอี้ตอบด้วยน้ำเสียงอันเฉียบขาด “ตอนนี้ข้าเป็นแบบนี้แล้ว หากแม้แต่ความจริงสุดท้ายเจ้ายังพิสูจน์ยืนยันไม่ได้แล้วจะสู้หน้าข้าได้อย่างไร

จะสู้หน้าต่งกุ่ยเหรินได้อย่างไร”

คำถามแรกอาจไม่มีน้ำหนักเท่าไรนัก แต่คำถามหลังอันเกี่ยวพันกับนามของ ต่งกุ่ยเหรินอย่างแนบแน่นย่อมจะทำให้เกิดความหวั่นไหวในใจของจ้าวเยี่ยนอย่างแน่นอน

ซือหม่าอี้มองออกแต่แรกแล้วว่าจุดอ่อนของจ้าวเยี่ยนย่อมอยู่ที่ต่งกุ่ยเหริน

ในที่สุด สภาพก็เป็นไปตามความคาดหมาย พอเอ่ยนามต่งกุ่ยเหรินขึ้นมา จ้าวเยี่ยนก็เงียบไปในบัดดล ตรึกตรองอยู่ครู่ใหญ่

ก่อนยกนิ้วขวาทั้ง 3 ชี้ขึ้นฟ้าพร้อมกับคำพูดขึงขัง จริงจัง

“ข้าจ้าวเยี่ยน ขอสาบานกับฟ้า กลับไปสวี่ตูครั้งนี้หากสืบความจริงของโอรสสวรรค์ไม่ได้ข้าจะไม่เลิกราอย่างเด็ดขาด หากล่าช้าไปแม้แต่น้อยขอให้ฟ้าผ่า”

พร้อมกันนั้นก็ก้มร่างลงกุมมือซือหม่าอี้ พูดเน้นย้ำ ทีละคำ

“ข้ามีสหายที่สนิทชิดชอบอยู่ในกองการตะวันตก จวนซือคง รอไว้เมื่อกลับสวี่ตูแล้วข้าจะหาหนทางให้เขาเรียกตัวเจ้าเข้าจวนซือคง แบบนี้เจ้าจะได้ปลอดภัย”

เท่ากับเอาบารมีของจวนซือคงมาปกป้องคุ้มครอง

กองการตะวันตกเป็นตัวแทนของปณิธานในการส่งเสริมผู้มีความสามารถของเฉาเชา หากเฉินฉวินจะเรียกตัวซือหม่าอี้ เช่นนั้นสกุลซือหม่าย่อมไม่กล้าลงมือกับเขาอีก

หาไม่ย่อมมิอาจชี้แจงกับเฉาซือคงได้

ต้องยอมรับว่า การที่จ้าวเยี่ยนสามารถคิดและสรุปในจุดนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าเขาไว้วางใจต่อซือหม่าอี้แล้วโดยสมบูรณ์

จึงปฏิบัติต่ออีกฝ่ายด้วยความจริงใจ

หาได้ตระหนักรู้ไม่ว่า เส้นดายที่มองไม่เห็นทั้งหมดล้วนถูกซือหม่าอี้ผูกและร้อยรัดเข้าตัวตนและความคิดของจ้าวเยี่ยนอย่างเงียบเชียบ

เงียบเชียบราวอาการเติบโตของเถาวัลย์บนไม้ใหญ่

สภาพการณ์เมื่อดำเนินไปเช่นนี้ เพียงแค่ซือหม่าอี้กระดิกนิ้วเพียงนิดเดียว หุ่นไม้ที่ชื่อว่าจ้าวเยี่ยนก็จะเคลื่อนไหวไปตามความปรารถนา

สั่งการได้เสมือนแขนขาของตนเอง

ปัญหาต่อไปก็คือ ซือหม่าอี้จะทำอย่างไรให้หุ่นไม้ตัวนี้ค่อยๆ ก้าวเข้าสู่หายนะโดยไม่ทำให้เฉาเชารู้ตัว โดยไม่ทำให้แม้กระทั่งจ้าวเยี่ยนเองก็มิได้สำเหนียก ตระหนัก

เรื่องนี้สำหรับซือหม่าอี้แล้วไม่ง่ายเลย

แม้จะยกย่องปัญญาของซือหม่าอี้ว่าล้ำลึกเพียงใด แต่ Ma Bo Yong ก็มิอาจ มองข้ามความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นและคลี่คลายมาเป็นลำดับได้

เพราะในความเป็นจริงเขาอาจรู้ “เวินเซี่ยน” แต่มิได้รู้ “สวี่ตู”

“เจ้าไปสวี่ตูครั้งนี้จำไว้ว่าจะวางใจใครไม่ได้ทั้งสิ้น ความลับเช่นนี้มิอาจบอก ผู้ใดได้” ซือหม่าอี้กำชับครั้งแล้วครั้งเล่า

เพราะนี่คือ “จุดแข็ง” ที่อาจกลับกลายเป็น “จุดอ่อน”

“เจ้าดูสิ พอเป็นเรื่องนี้แม้แต่บิดากับพี่ใหญ่ของข้ายังไม่เห็นแก่สายเลือด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกที่มีอุบายชั่วร้ายในสวี่ตูว่าจะร้ายกาจเพียงใด”

จ้าวเยี่ยนผงกศีรษะรับพร้อมกับคำถาม “แล้วข้าควรจะสืบหาความจริงอย่างไร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน