พระธรรมสิทธิมงคล วัดเมืองยะลา จ.ยะลา
พระธรรมสิทธิมงคล – วันจันทร์ที่ 14 ธ.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 94 ปี ชาตกาล “พระธรรมสิทธิมงคล” หรือ “พ่อท่านฉิ้น โชติโก” อดีต เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา และที่ปรึกษา เจ้าคณะจังหวัดยะลา ท่านเป็นแม่ทัพธรรมค้ำจุนพระพุทธศาสนา เสริมสร้างสันติสุขให้กลับคืนสู่ดินแดนปักษ์ใต้ อีกทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์สายตรง “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” และเป็นทั้งศิษย์และสหธรรมิกของพระอาจารย์ทิม ธัมมธโร แห่งวัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
มีนามเดิมว่า ฉิ้น ทองกาวแก้ว เกิดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2469 ที่บ้านเลขที่ 129 หมู่ที่ 1 ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา พ.ศ.2485
บรรพชาที่วัดสามบ่อ โดยมีพระครูปทุมธรรมธารี เจ้าอาวาสวัดสามบ่อ เป็นพระอุปัชฌาย์
อายุครบ 21 ปี อุปสมบท โดยวิธีญัติกรรม (สวดญัติ) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2490 ที่พัทธสีมาวัดสามบ่อ มีพระครูปทุมธรรมธารี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการคำ วัดสน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์แคล้ว วัดสามบ่อ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับสมณฉายาว่า โชติโก แปลว่า ผู้มีธรรมอันเจริญรุ่งเรือง
จากนั้นเดินทางกลับมาศึกษาเล่าเรียนอยู่จำพรรษาที่วัดพุทธภูมิดังเดิม
พ.ศ.2494 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค จากสำนักวัดพุทธภูมิ อ.เมือง จ.ยะลา ในปีเดียวกันนั้น ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมประจำสำนักเรียนไปด้วย
ในปี พ.ศ.2495 สืบเนื่องจากจังหวัดยะลาย้ายสถานที่สร้างศาลากลางจังหวัดหลังใหม่แทนหลังเดิมเพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี จึงสมควรสร้างวัดในพระพุทธศาสนาไว้คู่กัน ดังนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน 1174 จำนวนเนื้อที่ 55 ไร่ 51 งาน 12 ตารางวา ให้เป็นที่ตั้งวัด
หลังจากนั้น 4 ปี พ.ศ.2506 กระทรวงศึกษาธิการประกาศแต่งตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นเป็นวัด มีชื่อว่า วัดเมืองยะลา ครั้นต่อมาในปี พ.ศ.2507 พระมหาฉิ้น โชติโก ได้รับ ตราตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเมืองยะลาเป็นรูปแรก
ด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการพัฒนาการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ และปฏิปทาศีลาจารวัตรงดงาม ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2528 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเบตง-ธารโต จ.ยะลา พ.ศ.2539 เป็นเจ้าคณะจังหวัดยะลา พ.ศ.2553 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดยะลา
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินนามที่ พระไพศาลประชานาถ พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามที่ พระราชปัญญาโสภณ พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพศีลวิสุทธิ์ พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมในราชทินนามที่ พระธรรมสิทธิมงคล
นอกจากเป็นพระสังฆาธิการนักปกครอง พ่อท่านฉิ้นยังเป็นทั้งศิษย์และ สหธรรมิกพระอาจารย์ทิม ธัมมธโร แห่งวัดช้างให้ ต.ป่าไร่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ร่วมสร้างหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497
ด้วยมีอายุสูงวัย ช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 30 ก.ย.2559 มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา ที่ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา
สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68