ปล่อย จ้าวเยี่ยน สู่สวี่ตู (72) – แม้เมื่อมาถึงตอนนี้จ้าวเยี่ยนจะแน่ใจแล้วว่า จักรพรรดิกับหยางผิงมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่การคาดเดาถึงอย่างไรก็เสมอเป็นเพียงการ คาดเดา
หากไม่มีหลักฐานแน่ชัดย่อมมิอาจนับว่าบรรลุคำสั่งเสียของต่งกุ่ยเหรินได้
ซือหม่าอี้รอคำถามที่ว่า “แล้วข้าควรจะสืบหาความจริงอย่างไร”อยู่ เมื่อได้ยินจากปากของจ้าวเยี่ยนจึงยิ้มน้อยๆ ค่อยๆ ดึงจ้าวเยี่ยนเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาๆข้างหูหลายคำ
ซือหม่าอี้พูดอย่างไร ไม่มีใครทราบ
เพียงแต่หากสังเกตดูใบหน้าของจ้าวเยี่ยนก็จะสัมผัสได้ในแววแห่งความตื่นตระหนกถึงกับโพล่งออกมาดังๆ ว่า
“แบบนี้ แบบนี้ จะได้จริงๆ หรือ”
“พริกหอม”ถอดคำบรรยายของ Ma Bo Yong ออกมาว่า ซือหม่าอี้ตอบด้วย “น้ำเสียงอันตราย”
“ทำแบบนี้แม้จะไร้คุณธรรมแต่กลับเป็นหนทางเดียว”
ลําพังการระบุ 1 ซือหม่าอี้กระซิบเบาๆ ข้างหูของจ้าวเยี่ยน ก็ลึกลับอย่างยิ่งอยู่แล้ว กระบวนการบรรยายอันระบุ 1 ซือหม่าอี้ตอบด้วยน้ำเสียงอันตรายยิ่งทำให้ “สาร” อันซือหม่าอี้สื่อออกมา คือความเร้นลับ
เมื่อรับฟังจากซือหม่าอี้อย่างนั้น จ้าวเยี่ยนลังเลครู่หนึ่ง ก่อนทอดตามอง ไปยังขาข้างซึ่งบาดเจ็บของซือหม่าอี้ จากนั้นเงยหน้ามองแสงจันทร์อันกระจ่างบริสุทธิ์ ในที่สุดก็กัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ได้ ตกลงตามนี้”
ซือหม่าอี้หยิบเอาของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อส่งให้จ้าวเยี่ยนพร้อมกับกำชับ “เจ้าหยิบของสิ่งนี้ออกมาย่อมมีประโยชน์มากแน่นอน”
จ้าวเยี่ยนรับเอาไปเก็บไว้ในอกเสื้อ โค้งคำนับซือหม่าอี้
จากนั้นหันหลังเดินแน่วตรงไปยังมุมผนังห้อง เริ่มคลำหารูโหว่ที่เคยถูกซ่อมแซมเอาไว้ แล้วก็พยายามขุดหาหนทางออกอย่างจริงจัง
นี่คือก้าวแรกของกลยุทธ์ที่กำหนดวางโดยซือหม่าอี้
อย่าได้แปลกใจหากเมื่อซือหม่าอี้ทอดตามองไปยังจ้าวเยี่ยนซึ่งหมอบอยู่ตรง ผนังห้องและออกแรงขุดอย่างมุ่งมั่นตามคำชี้แนะก่อนหน้านี้ของตน
ซือหม่าอี้หลับตาลงเหมือนภาระอันหนักอึ้งได้ถูกปลดลงจากบ่า
บ่นอยู่ในใจว่า “อี้เหอหนออี้เหอ สิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงส่งตัวหายนะผู้นี้ไปถึง มือเจ้า เจ้าต้องตัดสินใจเองให้ดี อย่าเอาความสงสารไร้สาระอะไรพวกนั้นมาใช้อีก อย่าทำให้ความปรารถนาดีของข้าต้องสูญเปล่า”
มาถึงตรงนี้ Ma Bo Yong ก็ตัดฉากจากคุกมือของสกุลซือหม่าในอำเภอ เวินเซี่ยนมาอย่างรวดเร็ว บรรยายถึงซุ้มประตูเมืองทางเหนือของสวี่ตู
อาชาตัวหนึ่งห้อตะบึงอย่างเร่งรีบมาแต่ไกล
ก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุการณ์รถนักโทษต่งเฉิงถูกปล้น ทำให้เมืองสวี่ตูอยู่ในภาวะตึงเครียด ทหารเฝ้าประตูไม่กล้าประมาท
ชะโงกหน้าจากซุ้มประตูมองลงไปเบื้องล่าง
เห็นอาชาตัวนั้นมาถึงคูเมืองอย่างรวดเร็ว ผู้ขับขี่หยิบป้ายคำสั่งออกมาแขวนไว้ให้ทหารดึงขึ้นไป พบว่าคนผู้นี้เป็นอี้หลาง ทั้งยังมีป้ายคำสั่งที่ออกโดยกองการตะวันตกจวนซือคง
คนผู้นี้คือ จ้าวเยี่ยน
เขาควบตะบึงจากอำเภอเวินเซี่ยนเข้ามายังสวี่ตูโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอเวินเซี่ยน
ไม่ว่าคนของสกุลซือหม่าซึ่งมีอิทธิพลเป็นอย่างสูง
ทุกอย่างดำเนินไปตาม “แผน” ที่ซือหม่าอี้กำหนดวางโดยความเห็นชอบของซือหม่าหล่างผู้พี่ครบจบถ้วนตั้งแต่ต้นจนสุดท้าย
เป็นไปตามกลยุทธ์ปล่อยจ้าวเยี่ยนเข้าสู่อ้อมอกของหยางผิง