ผู้มาก ความสามารถ โดดเด่น(74) – ขอให้ติดตามบทบาทของกัวจยาอย่างเป็นพิเศษ เห็นจากยิ้มก่อนกล่าว “เจ้าพูดถูก เจ้าหนุ่มผู้นี้บอกว่าจะคลำให้ทั่วทั้งตัว แต่ความจริงแล้วกลับพุ่งไปยังจุดเดียว ช่างไม่รู้วิธีเล้าโลมเลยจริงๆ”
จากนั้นดึงสายตากลับและไม่พูดเรื่องนี้อีก
Ma Bo Yong อรรถาธิบายว่า แม้มิได้มีการพูดในห้วงเวลานั้น แต่มิได้หมายความว่ากัวจยาไม่ให้ความสนใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเคลื่อนไหวอย่างมีเงื่อนงำของจ้าวเยี่ยน
นั่นก็คือ ท่วงท่าอาการในแบบอาศัยการชุมนุมบัณฑิต ซึ่งริเริ่มโดยข่งหรงเป็นเครื่องมือบังหน้า แต่พุ่งเป้าไปยังอำภอเวินเซี่ยน พุ่งเป้าไปยังบ้านสกุลซือหม่า
ความสนใจของจ้าวเยี่ยนกับความสนใจของกัวจย่าและหม่านฉงจึงเป็นอย่างเดียวกัน
นั่นก็คือ เป็นความสนใจซึ่งมีจุดเริ่มมาจากกรณีเพลิงไหม้ตำหนักบรรทมโอรสสวรรค์ เป็นความสนใจซึ่งมีจุดเริ่มมาจากการตายอย่างมีเงื่อนงำของขันทีนิรนาม
เป็นความสนใจขณะที่จ้าวเยี่ยนมุ่งหน้าไปหาเฉินฉวิน ณ สำนักกิจการ ตะวันตก
ณ สำนักกิจการตะวันตก มีจุดเริ่มมาจากคำถามด้วยความร้อนใจของเฉินฉวิน“คนที่เจ้าแนะนำคือคุณชายรองสกุลซือหม่า ซือหม่าอี้”
เป็นคำถามเชิงสรุปหลังรับฟังเรื่องจากจ้าวเยี่ยน
จ้าวเยี่ยนพยักหน้า ตามด้วยน้ำเสียงที่เน้นย้ำยืนยัน “คนผู้นี้เฉลียวฉลาด กระจ่างแจ้ง เด็ดขาด เฉียบแหลม เป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง”
ได้ยินดังนั้นใบหน้ากลมดิกอวบอ้วนของเฉินฉวินฉายแววสงสัย
เขาหยุดพู่กันในมือ พยายามนึกและค้นหาชื่อที่ค่อนข้างแปลกหูในหัวสมองชื่อนี้ กองการตะวันตกจวนซือคง รับผิดชอบเฟ้นหาพรสวรรค์ในด้านต่างๆ ให้เฉาเชา
ถามว่าภารกิจของจ้าวเยี่ยนคืออะไร
เฉินฉวินรู้ดีว่า จ้าวเยี่ยนเดินทางออกไปครั้งนี้อ้างว่าจะไปเสาะหาและพบปะผู้มีความสามารถ ดังนั้น พอกลับมาจึงรุดเข้ามารายงาน ณ กองการตะวันตกก่อน
และชื่อของซือหม่าอี้เป็นชื่อแรกที่จ้าวเยี่ยนเสนอต่อกองการตะวันตก จวนซือคง
ทั นทีที่ได้รับคำถามมาจากเฉินฉวินว่า “เยี่ยนเวย เจ้าออกไปครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดแค่ 6 วันเท่านั้น เวลาสั้นๆ แค่นี้จะเข้าใจคนผู้นี้ได้สักเท่าไร”
2 แขนจ้าวเยี่ยนยันโต๊ะ โน้มร่างไปข้างหน้า สีหน้าจริงจังเป็นที่สุด
“แม้ข้าจะไปอยู่ในอำเภอเวินเซี่ยนเป็นเวลาไม่นาน แต่ดวงตาคู่นี้มองคนไม่ผิดแน่นอน อีกทั้งมิใช่แค่ข้า หยางจวิ้นในฮั่วจยา ซุยเหยี่ยนในชิงเหอ ล้วนยกย่องชมเชยเขามาก”
เฉินฉวินจำเป็นต้องยอมรับ
หยางจวิ้นเป็นผู้มีความสามารถที่จวนซือคงยอมรับ ส่วนซุยเหยี่ยนก็มีชื่อเสียงพอตัว ทั้ง 2 กล่าวได้ว่าเป็นบุคคลที่โด่งดัง
เฉินฉวินได้ยินชื่อพวกเขาแล้วสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เนื่องจากในยุคสมัยนี้ คำแนะนำจากบุคคลที่มีชื่อเสียงถือว่าเป็นบันไดได้การเลื่อนชั้น ยกระดับสถานะได้เป็นอย่างดี
ตรงนี้เองที่ Ma Bo Yong อิงแอบแนบอยู่กับหลักฐานและความเป็นจริง
นั่ นก็ดำเนินไปดังที่ปรากฏในหนังสือ “จดหมายเหตุสามก๊ก” ของเฉินโซ่วที่ว่า เมื่อวัยเยาว์สุมาอี้ได้รับการยกย่องจากสุมาล่ง พี่ชาย และมหาปราชญ์ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
เช่น ซัวหยง และเอียวกุ๋น
ทั้ง 2 มีความสามารถในการประเมินบุคลากรได้กระจ่างชัด พวกเขายกย่องว่า สุมาอี้เป็นผู้มีสติปัญญาปราชญ์เปรื่องเหนือคน บัณฑิตชื่อดังซุยเหยี๋ยนได้วิจารณ์ว่า
ภายหน้าสุมาอี้จะมีความสามารถเหนือล้ำยิ่งกว่าสุมาล่ง พี่ชาย
อย่างน้อยซือหม่าอี้ก็มีคุณสมบัติ 2 ข้อที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของเฉินฉวิน 1 ถือกำเนิดในสกุลใหญ่ ฐานะค่อนข้างสูงส่ง 2 คือไม่ใช่ชาวอิ่งชวน
นี่เป็นหลักการเลือกคนของเฉินฉวินเพื่อคานอำนาจกับบัณฑิตจากอิ่งชวนอย่างกัวจยา