กีฬาคือครูชีวิต แข้งเล็กฟุตซอล – ภายใต้หยาดเหงื่อและเสียงหัวเราะ กีฬาไม่ได้มีแค่ชัยชนะ แต่เต็มไปด้วยบทเรียนมากมายให้เรียนรู้

แม้แข้งเล็กรุ่นเยาว์หลายทีมจะไม่มีโอกาสไปต่อในการแข่งขัน “ไมโล ฟุตซอล 2020 พลังทักษะ สร้างทีมแกร่ง” ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ประสบการณ์ที่เด็กๆ ได้รับช่วยจุดประกายการเรียนรู้สู่การเติบโตในความสำเร็จด้วยคุณค่าจากกีฬา นำความ ผิดหวังมาเป็นแรงผลักดันให้มุ่งมั่นกลับไปพัฒนาฝีมือ ไม่ย่อท้อต่อเส้นทางแห่งความฝันที่จะเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต

น้องใบตอง ด.ญ. ชญาดา สว่างอารมย์ อายุ 8 ขวบโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย เล่าว่า “หนูเริ่มเล่นฟุตซอลมาได้ปีกว่า พอโค้ชชวนมาแข่งรุ่น 7-8 ปี ก็รู้สึกดีใจมาก จากที่ซ้อมทุกวันอยู่แล้วก็ซ้อมหนักขึ้น ชอบฟุตซอลเพราะเวลาเล่นในสนามจะมีคนไม่เยอะ ต้องวิ่งให้เร็วเพื่อเข้าถึงบอล ถึงเป็นผู้หญิงก็ไม่เสียเปรียบค่ะ”

แม้ครั้งนี้จะไปไม่ถึงรอบชิง แต่น้องใบตองยืนยันว่าจะไม่ทิ้งความฝันในเส้นทางกีฬา “เสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้เข้ารอบ แต่ไม่เป็นไรค่ะ หนูจะฝึกซ้อมให้มากขึ้น เพราะความฝันของหนูคือนักกีฬาทีมชาติ”

ด้าน น้องยูโร ด.ช.ภูตะวัน จันทร์อินทร์ อายุ 11 ขวบ จากทีมพระหฤทัยคอนแวนต์ B เล่าว่า “ผมเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนหน้านี้อยู่ทีมหาดใหญ่จูเนียร์ เคยเป็นแชมป์ไมโล ฟุตซอล รุ่นอายุ 7-8 ปี ผมมาแข่งไมโล ฟุตซอลเป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ การแข่งขันในปีนี้เปลี่ยน รูปแบบ เน้นทักษะพื้นฐานฟุตซอล ซึ่งยากกว่าเดิมครับ”

 

แม้จะไปไม่ถึงฝันแต่น้องยูโรก็ไม่เสียใจ “พ่อแม่เห็นผมแพ้ก็โทร.มาให้กำลังใจ ผมไม่เสียใจครับเพราะทำเต็มที่แล้ว ผมจะตั้งใจซ้อมให้มากขึ้น เพราะผมอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ ถึงจะรู้สึกเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่ ได้เล่นกับเพื่อน ได้ฝึกไหวพริบ ทำงานเป็นทีม มีวินัย ที่สำคัญทำให้ร่างกาย แข็งแรงครับ กีฬายังช่วยสานฝันการมาเรียนที่กรุงเทพฯ ให้เป็นจริง และยังได้ไปฝึกกับโค้ชระดับโลกที่สเปนมาด้วยครับ”

นี่คืออีกบทพิสูจน์ว่าสุดท้ายแล้วชัยชนะอาจไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่คุณค่าจากกีฬาที่หล่อหลอมนักกีฬาคือบทเรียนสำคัญและสอนให้เราเติบโต

สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่า…กีฬาคือครูชีวิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน