พระราชญาณกวี – วันพุธที่ 23 ธ.ค. 2563 น้อมรำลึก ครบรอบ 113 ปี ชาตกาล “พระราชญาณกวี” (บุญชวน เขมาภิรัต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดชุมพร และอดีตเจ้าอาวาสวัดขันเงิน ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร พระเถระที่มีวัตรปฏิบัติดีงาม

มีนามเดิมว่า บุญชวนอินทรเศรณี เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ธ.ค. 2450 ที่บ้านสะท้อน ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ฯ

สอบไล่ได้ประโยคครูมูล แล้วเข้ารับราชการครูแห่งแรก ขณะอายุ 17 ปี ที่โรงเรียนประชาบาลวัด คูขุด ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร ต่อมาย้ายไปรับตำแหน่งครูใหญ่ใน จ.ชุมพร คือ โรงเรียนประชาบาลตำบลปากน้ำ อ.เมือง และโรงเรียนประชาบาลวัดยางค้อ อ.ท่าแซะ ตามลำดับ

พ.ศ.2471 อุปสมบท และจำพรรษาที่ วัดแหลมยาง สอบนักธรรมตรีได้พร้อมกับ ลาออกจากราชการ แล้วเข้าศึกษากรรมฐานกับพระอธิการพัน (พระครูพัฒนศีลาจาร) วัดแหลมยาง

หลังจากนั้น มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี จนสอบนักธรรมโทและเอกภายในเวลา 2 ปี ได้เป็นที่ 1 ของมณฑลภูเก็ต พร้อมกับท่องจำพระปาฏิโมกข์ ภายในเวลา 1 เดือน ณ วัดอุปนันทาราม ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง และได้ พบกับสามเณรปั่น เสน่ห์เจริญ ต่อมาคือ พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์

ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ คือ พ.ศ.2479 อยู่จำพรรษาร่วมกับ พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นที่มาของคำว่า “สามสหายธรรม” นับถือเป็นพี่น้องกัน ยอมให้พุทธทาสภิกขุ เป็นพี่ใหญ่ บ.ช.เขมาภิรัตเป็นพี่รอง และปัญญานันทภิกขุ เป็นน้องเล็กยึดปณิธานแห่งชีวิตตรงกัน แล้วแยกกันปฏิบัติศาสนกิจ

สามสหายธรรมต่างก็อุทิศกายใจ ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์จนตลอดชีวิต และได้ฝาก ผลงานการประกาศธรรมและค้ำจุนพระ พุทธศาสนาอย่างเข้มแข็งไว้ให้ลูกหลาน ได้กล่าวขวัญด้วยความชื่นชมกันอย่าง กว้างขวาง โดยเฉพาะพุทธทาสภิกขุ และปัญญานันทภิกขุ เป็นที่รู้จักแก่พุทธ ศาสนิกชนผู้สนใจธรรมะอยู่โดยทั่วไป เพราะท่านมีผลงานการเผยแผ่ธรรมะมากมาย ที่ได้ออกไปทางสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

แต่สาเหตุที่เป็นที่รู้จักไม่กว้างขวางเหมือนกับสหายธรรมทั้ง 2 ก็เพราะเป็นเจ้าคณะจังหวัด เป็นพระสงฆ์สายปกครองที่จะต้องดูแลพระสงฆ์ในเขตปกครองใน ด้านต่างๆ ให้เป็นไปด้วยดี

สร้างคุณูปการแก่วงการคณะสงฆ์ไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศนานัปการ โดยเฉพาะ พ.ศ.2496 เป็นเจ้าอาวาส วัดอานันทเมตยาราม ประเทศสิงคโปร์ (รวม 2 ครั้ง) และ พ.ศ.2501 เป็นผู้ปกครองสงฆ์ วัดเชตวัน ประเทศมาเลเซีย

พ.ศ.2507 เป็นเจ้าอาวาสวัดขันเงิน ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร

พ.ศ.2508 เป็นเจ้าคณะจังหวัดชุมพร และเป็นพระอุปัชฌาย์ วิสามัญ

วันที่ 15 ม.ค. 2531 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดขันเงิน เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นรางวัลในบั้นปลายชีวิตการทำงานของท่าน

ถัดจากนั้นไม่นาน มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2531 ที่โรงพยาบาลชุมพร (ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์)

สิริอายุ 80 ปี 5 เดือน 11 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน