แนะสังเกตลูกนอนกรน – นพ.ณัฏฐ์ชยนต์ รัตนตระกูลเดชา กุมารแพทย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวถึงภาวะการนอนกรนในเด็กว่า เมื่อลูกน้อยมีภาวะนอนกรน หายใจเสียงดังขณะหลับ อาจเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นของภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับของลูก ดังนั้นควรหมั่นสังเกตอยู่เสมอขณะลูกนอนหลับ มีอาการนอนกรนหรือไม่

นพ.ณัฏฐ์ชยนต์กล่าวต่อว่า ภาวะการนอนกรนคือเสียงความถี่ต่ำที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลดลงไปจนถึงหยุดหายใจ และมีผลทำให้มีปริมาณออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และยังมีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น ทำให้มีภาวะสมาธิสั้น มีผลต่อความคิด ความจำ และพฤติกรรม รวมทั้งอาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ความดันในปอดสูง จนอาจทำให้อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะต่อมอะดีนอยด์หรือทอนซิลโต เยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้ การมีรูปหน้าที่ผิดปกติแต่กำเนิด หรือภาวะโรคอ้วน

“เด็กที่มีภาวะนอนกรนมากกว่า 3 คืนต่อสัปดาห์ขึ้นไป ร่วมกับอาจมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น นอนกระสับกระส่าย นอนดิ้นตลอดเวลาปัสสาวะรดที่นอนหลังอายุ 5 ขวบ หลังตื่นนอนมีอาการปวดศีรษะหรือง่วงนอนเวลากลางวันแม้ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นว่าการนอนกรนอาจมีภาวะทางเดินหายใจ อุดกั้นขณะหลับร่วมด้วย ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการตรวจรักษา เพิ่มเติมโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นเฝ้าระวังและสังเกตอาการลูกน้อยขณะหลับ ถ้ามีอาการนอนกรนสม่ำเสมอมากกว่า 3 คืนต่อสัปดาห์หรือพบความผิดปกติอื่นๆ ข้างต้น แนะนำว่าควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที” นพ.ณัฏฐ์ชยนต์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน