สาร อันสื่อ จากเวินเซี่ยน(79) – นิ้วมือของหลิวเสียขยับขึ้นลงอย่างว่องไว รักษาสมดุลไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่ร่วงตกลงบนพื้น ความน่าสนใจอยู่ตรงที่หัวธนูซึ่งหมุนอยู่ระหว่างนิ้วมือเพิ่มอัตราเร่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น
ที่ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มระบายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ราวกับลืมไปแล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในตำหนักบรรทมแห่งเมืองสวี่ตู หากแต่คล้ายกับกำลังเผชิญประสบอยู่กับศัตรูสุดแสนอันตรายผู้หนึ่ง
“เจ้ายิ้มอะไร” เป็นเสียงถามจากจ้าวเยี่ยน
คำถามนี้ทำให้หลิวเสียหยุดยั้งการหมุนหัวธนูในมือ ใช้ท้องนิ้วลูบสำรวจสภาวะสาก ด้านตรงขอบของหัวธนูอย่างเบาแผ่ว สัมผัสกับความคมอย่าง รอบด้าน
ผ่านไปครู่ใหญ่จึงลืมตาขึ้นแล้วถาม “จ้งต๋า มอบให้เจ้าหรือ”
จ้าวเยี่ยนผงกศีรษะรับอย่างแรงๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา คำตอบได้เปิดเผยออกมาแล้ว
จักรพรรดิตัวปลอมผู้นี้ได้มาถึงจุดอวสานแล้ว
ท่วงท่าอากัปกิริยาของหลิวเสียอาจเข้าทางที่จ้าวเยี่ยนคาดหมายเอาไว้ แต่ภายในท่วงท่าอาการนั้นแฝงความนัยหลายประการที่จ้าวเยี่ยนมิอาจ เข้าใจได้
หลิวเสียใช้หัวธนูเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
สีหน้าฉายสะท้อนความถวิลหาอย่างอาวรณ์ก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมาอย่างสะท้อนให้เห็นความรับรู้ ความผูกพันอันเคยมีระหว่างกัน
“เป็นเขาจริงๆ จ้งต๋าช่างทุ่มเทเหลือเกิน”
คำว่า “จ้งหลี” อันแกะสลักอยู่บนหัวธนูบ่งชี้ให้รับรู้ถึงชื่อของบรรพบุรุษในยุคเริ่มแรกของสกุลซือหม่า ถัดจากยุคของจวนซวี 1 ใน 5 ของราชาธิราชผู้สร้างคุณูปการต่อมวลมนุษย์
สืบสาวราวเรื่องตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
จวนซวีเป็นหลานปู่ของหวงตี้ และเป็นผู้ริเริ่มการคัดเลือกขุนนางผู้มีความสามารถเข้ามาบริหารบ้านเมือง ดังนั้น เวลาสกุลซือหม่าหล่อโลหะหรืออาวุธขึ้น
จึงแกะสลักคำว่า “จ้งหลี” ไว้บนนั้นเพื่อแสดงถึงฐานที่มา
นี่คือ “สาร” อันซือหม่าอี้มอบหมายให้จ้าวเยี่ยนนำมาแสดงตนต่อ “โอรสสวรรค์” อันไม่เพียงเป็นการสื่อโดยตรงมายังหยางผิง
หากที่สำคัญยังต้องการบอกให้รู้ใน “ความนัย”
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ก่อนมอบหัวธนูสลักคำว่า “จ้งหลี” ก่อนจ้าวเยี่ยนจะ หลบหนีออกทางช่องลับอันซือหม่าอี้ชี้แนะ ซือหม่าอี้ได้กระซิบแจ้งแผนอุบายให้อย่างครบถ้วน
ถามว่าซือหม่าอี้ต้องการ “สื่อ” อะไร
ที่เด่นชัดก็คือซือหม่าอี้รู้จักหยางผิงเป็นอย่างดี เพียงเห็น 1 หัวธนู เพียงเห็น 1 ตัวอักษรสลักคำว่า “จ้งหลี” ภาพแห่งความหลังแต่กาลอดีตก็เรียงล่ายส้าย ขึ้นมา
เหมือนภาพบนจอกว้างตระการตา
สมัยอยู่เวินเซี่ยน ขี่ม้าล่าสัตว์เคียงคู่กัน หัวธนูอย่างนี้ยิงออกไปไม่รู้ว่าเท่าไร แต่ที่สำคัญอย่างสูงสุดเป็นหัวธนูซึ่งหยางผิงยิงออกไปในการล่าสัตว์ครั้งสุดท้าย
มีหรือที่หยางผิงจะลืมเลือน
ที่มิอาจลืมเลือนได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเดิมที หัวธนูดอกนี้หยางผิงเล็งไปยังแม่กวางนางหนึ่ง สุดท้ายเขาใจอ่อน บังเกิดความเมตตาสงสาร
จึงจงใจยิงให้พลาด
ยังจดจำทุกถ้อยคำที่ซือหม่าอี้ประชดประเทียดเสียดสี และหมิ่นหยามว่ากระทำไปเพราะความอ่อนแอ ทำให้ไม่ได้สัตว์ติดไม้ติดมือกลับเวินเซี่ยน
ซือหม่าอี้จึงลงโทษด้วยการยึดเอาหัวธนูไป
คำถามก็คือ ซือหม่าอี้ต้องการส่ง “สาร” ด้วยความนัยใดให้กับหยางผิงซึ่งกำลังสวมบทบาทเป็น “โอรสสวรรค์” อยู่ในตำหนัก ณ สวี่ตู
คำถามก็คือ ความนัยนี้หยางผิงอ่านออกหรือไม่