ภาคผนวก : บทสรุป ‘อึ้งมงคล’ – ขอพักบทบาทของจ้าวเยี่ยนที่ดำเนินไปตามคำชี้แนะของซือหม่าอี้เอาไว้ก่อน และขอสอดแทรกไว้ด้วยภาคผนวกต่อเรื่องราวอันเกี่ยวกับซือหม่าอี้ สุมาอี้

จากข้อเขียนของ “อึ้งมงคล” ในหนังสือ “สามก๊กฉบับเสน่ห์ผู้นำ”

ในยุคสมัยที่การแย่งชิงความเป็นใหญ่ในแผ่นดินของ เล่าปี่ โจโฉและซุนกวน ดำเนินมาเป็นเวลายาวนานหลายสิบปี แต่หาได้มีผู้แพ้ ชนะ กันอย่างเด็ดขาด

เพราะต่างฝ่ายต่างมีจุดแข็ง จุดอ่อน คานอำนาจกันอย่างสมดุล

โดยหารู้ไม่ว่า มีบุรุษผู้หนึ่งชื่อว่า สุมาอี้ ซึ่งเป็นเสนาธิการฝ่ายโจโฉในเวลานั้นกำลังซุ่มวางแผนคิดการใหญ่อย่างรอบคอบและใจเย็น

สุมาอี้เกิดในตระกูลขุนนาง

ร่ำเรียนปรัชญาขงจื่อ ยุทธวิธีการรบ การใช้ดาบ ขี่ม้า ยิงธนู เรียกว่าครบเครื่องตามแบบของลูกขุนนางชั้นดีได้พึงเล่าเรียนในเวลานั้น

นั่นคือ พื้นฐานอันแข็งแกร่งของสุมาอี้

โจโฉเห็นในความสามารถก็ดึงตัวเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านการทหาร แต่ยังไม่ทันได้มีบทบาทอะไรในช่วงนั้น จนกระทั่งโจโฉพ่ายศึกเซ็กเพ็ด (ผาแดง) เหลือทหารรอดมาเพียงไม่กี่ร้อยคน

สุมาอี้จึงค่อยเริ่มมีบทบาททางการทหารมากขึ้นเรื่อยๆ

คนอย่างโจโฉย่อมอ่านคนออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ถึงจะมีความระแวงสุมาอี้ ในเรื่องของความทะเยอทะยานที่ซ่อนไว้ภายในใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้วางแผนกำจัดให้พ้นทาง

เนื่องด้วยได้วางตัวโจผีไว้ให้สืบทอดอำนาจเรียบร้อยแล้ว

อีกทั้งยังเห็นว่าสุมาอี้ก็อายุมากแล้วถึงอย่างไรก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน ต่อให้ในใจ สุมาอี้จะคิดการใหญ่ก็คงยากที่จะกระทำได้สำเร็จโดยง่าย

หากเปรียบเทียบด้านมืดของโจโฉว่าเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง โค่นล้มราชบัลลังก์

และใช้ทุกวิถีทางแม้ไร้คุณธรรมเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ สุมาอี้ก็คงเป็นคนที่มีโทษสมบัติทุกประการของโจโฉอยู่ในตนเองอย่างครบถ้วน

แต่ฉลาดพอที่จะเก็บอาการไม่ให้ใครเห็น

ทั้งนี้ เพราะสุมาอี้เป็นคนที่สุขุมลุ่มลึก ไม่ยอมผลีผลามทำอะไรโดยที่ไม่แน่ใจ และมีความอดทนสูง สามารถรอคอยเป้าหมายอย่างใจเย็นได้หลายสิบปี

โดยที่ไม่เคยแพร่งพรายให้ใครล่วงรู้ถึงความทะเยอทะยานของตน

การวางแผนเพื่อเป็นผู้พิชิตทั้งแผ่นดินอย่างสุมาอี้ แยบยลและทำได้อย่างรอบคอบรัดกุมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งวิธีคิดและรูปแบบของการใช้ชีวิต

ในขณะที่โจโฉและคนในตระกูลไม่ศรัทธาในขงจื่อที่สอนหลักความพอดีให้ ชีวิต

แต่กลับใช้ชีวิตสุขสบาย ตามใจตัวเอง ไม่ได้รับประทานอาหารและพักผ่อนอย่างพอดี ทำให้อายุสั้น ไม่ต่างจากโจผีและโจยอยผู้ครองราชย์ต่อจากโจโฉได้ไม่ถึง 10 ปีก็ถึงแก่ความตาย

แม่ทัพคนอื่นๆ ของฝ่ายโจโฉที่มีฝีมือเก่งกาจช่วยกันบุกเบิกจนอาณาจักรเป็น ปึกแผ่นขึ้นมาได้

ต่างก็เริ่มถึงแก่ความชรา ค่อยๆ จากโลกนี้ไปจนหมดสิ้น ถึงจะมีขุนพลรุ่นใหม่ ขึ้นมาทดแทน แต่ก็ยังไม่อาจสั่งสมบารมีจนเทียบเท่ากับคนในยุคแรกของสามก๊กได้

ตรงนี้แหละ คือ ความได้เปรียบของสุมาอี้

หลังจากศึกษาอย่างรอบด้าน “อึ้งมงคล” มีความเห็นว่า สุมาอี้ใช้ชีวิตด้วยการใส่ใจดูแลสุขภาพของตนให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ รวมทั้งมีหลักในการใช้ชีวิตอย่างพอดี

ไม่ได้ใช้ร่างกายตรากตรำ

เท่ากับพวกที่อยู่ในตระกูลของโจโฉ ที่ทั้งออกรบในสมรภูมิอย่างหนักหน่วง ทั้งดื่มสุราทุกคืน และทั้งพักผ่อนเพียงน้อยนิด

นี่คือจุดที่สุมาอี้ได้เปรียบ

ขณะเดียวกัน แม้ว่าโจโฉจะหวาดระแวงสุมาอี้เป็นอย่างมากว่า เป็นคนมีแผน มีทิศทางอันเป็นของตนเอง แต่ก็มิอาจจะทำอะไรสุมาอี้ได้

อย่างน้อยก็ในห้วงที่โจโฉยังมีอำนาจและมีชีวิตอยู่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน