แคมปิ้งปิ้งข้าวจี่ แดกศิลป์อาร์ตสเปซ – พวกเราทีมงานทุ่งแสงตะวันนับวันถอยหลังด้วยความตื่นเต้นที่จะออกเดินทางไปอีสานใต้ จะใช้ชีวิตกลางแจ้งกัน 3 วัน 3 คืน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ขอบอกว่าทริปนี้ไม่ผิดหวังเลย ทำงานเหมือนไปเที่ยว พักผ่อน สบายใจ และทำงานได้บรรลุวัตถุประสงค์ สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือการเวิร์กช็อปทำหุ่นและฝึกซ้อมเชิดหุ่นเงาใบไม้กับพี่ยอด เจริญพงศ์ ชูเลิศ สนุกจริงๆ

เจริญพงศ์ ชูเลิศ เป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นคนอีสานใต้ เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียน ทางเลือกที่แนวสุดๆ ในยุคสามสิบปีก่อน และแนวคิดของโรงเรียนยังทันสมัยมาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ นั่นคือโรงเรียนเด็กรักป่า จ.สุรินทร์ ของ พี่จืด และ พี่หน่อย เข็มทอง และ อาริยา โมราษฎร์ นั่นเอง

พี่นก นิรมล เมธีสุวกุล ผู้ควบคุมการผลิตรายการทุ่งแสงตะวัน บอกว่าเคยเห็นพี่ยอด เจริญพงศ์ ตั้งแต่อายุ 12-13 ขวบ เรียนรู้โดยมีศิลปะและธรรมชาติเป็นครู ตระเวนแสดงละครเวทีและละครหุ่นเชิดไปในที่ต่างๆ หลายต่อหลายแห่ง ในที่สุดมีครอบครัวเล็กๆ ภรรยาเป็นคุณครู ลูกชายวัยซนสองคน ชื่อ ปั่นปัน ด.ช. ศิลป์ชัย ชูเลิศ กับ ปุ๊บปั๊บ ด.ช.สิงหรา ชูเลิศ ยังเดินทางชีวิตบนถนนสายศิลปะเคลื่อนไหวทั้งเรื่องสุขภาวะ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านต่างๆ ที่โดดเด่นที่สุดคือการเชื่อมโยงธรรมชาติกับละครหุ่น ภายใต้กิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่ยอด คือนำใบไม้มาเป็นวัสดุทำหุ่นเงาที่สวยงามและน่าทึ่ง

ปี 2564 เป็นวาระครบรอบ 30 ปี ทุ่งแสงตะวัน พี่นก นิรมล เมธีสุวกุล ผู้ควบคุมการผลิต/โปรดิวเซอร์ จึงมีความคิดว่าน่าจะทยอยทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ และแหล่งข่าวในชุมชนต่างๆ ที่เคยออกรายการทุ่งแสงตะวันด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อเฉลิมฉลองและคลายความคิดถึงกัน

ในสถานการณ์โควิด-19 ระบาด กิจกรรมก็คงต้องจำกัดวงให้เล็กๆ แต่เผยแพร่ได้กว้างขวาง จึงมีความคิดนำนิทานเรื่องหนึ่งมาทำเป็นละครหุ่นเงาใบไม้ โดยพี่ยอด เจริญพงศ์ ทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ พี่นกคนแต่งนิทานมาหัดทำหุ่นเงาใบไม้และซ้อมพากย์ซ้อมเชิดในโอกาสพิเศษนี้

พี่นก นิรมล เคยแต่งนิทานเรื่อง “ลูกยางเดินทาง” เผยแพร่ พิมพ์ครั้งแรก ปี 2547 ในหนังสือเรียนภาษาไทย ชั้น ป.5 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชุดภาษาพาที หลังจากแต่งนิทานดังกล่าวก็ไม่เคยนำนิทานมาสื่อสารในรูปแบบอื่น การทำละครนิทานหุ่นเงาใบไม้ครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งแรกที่น่าตื่นเต้น

ทันทีที่ไปถึงหมู่บ้านจีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ สอง ป ปั่นปันกับปุ๊บปั๊บก็กระโดดหย็องแหย็งมากอดพี่ป้าน้านกอย่างตื่นเต้นราวกับญาติสนิทที่ไม่เจอกันนาน เปล่า…!! นี่เป็นการพบหน้ากันครั้งแรกในชีวิตของป้าและหลาน ที่รู้สึกสนิทสนมกันคงเพราะเด็กทั้งสองเคยเห็นพี่ป้าน้านกในทีวีและเฟซบุ๊กจนคุ้นเคยนั่นเอง

พวกเราทีมงานทั้งหมดพากันขนข้าวของกางเต็นท์ในสวนไผ่ของพี่ยอด ซึ่งหลังจากปลูกและประคบประหงมมาห้าปี บัดนี้ร่มรื่นกลายเป็นพื้นที่เย็นสบายที่เรียกว่า “แดกศิลป์ อาร์ตสเปซ” มันเท่มากนะขอบอก การที่หมู่บ้านเล็กๆในพนมดงรักมีอาร์ตสเปซใต้ร่มเงาไผ่ หญ้ายักษ์ที่มีคุณประโยชน์ร้อยแปด โดยเฉพาะนำลำไผ่มาเป็นของเล่นของใช้จิปาถะ ที่ขำกันมากคือนอกจากเต็นท์ของทีมงานกางกันเต็มที่ เต็นท์ละคน ร้อนไม่กลัว เพราะมีสายปลั๊กไปต่อจ่อพัดลมเข้าเต็นท์ระบายอากาศอ้าวยามค่ำ ยังมีเต็นท์ของครอบครัวปุ๊บปั๊บและปั่นปันกางไว้ด้วย พร้อมมาก พร้อมตั้งแต่เมื่อวาน พี่ยอดเม้าธ์ลูกชาย บ้านก็มีไม่นอน ขอนอนเต็นท์จ้า…

ยามเย็นอากาศยังร้อนหน่อย แต่พอย่างเข้าช่วงค่ำก็เย็นสบาย แถมหนาวตอนดึก ผ้าห่มที่เอาไว้หนุนแทนหมอนก็ได้ทำหน้าที่ผ้าห่มกับเขาจริงๆ

ยามเช้าอากาศเย็นๆ ก่อไฟ ต้มน้ำชากาแฟ และปิ้งข้าวจี่ชุบไข่อย่างฟิน เราจึงเรียกทริปนี้ว่า “แคมปิ้ง ปิ้งข้าวจี่” นั่นเอง

จากวิถีแคมเปอร์ พี่นก นิรมล และทีมงานทุ่งแสงตะวันก็แปลงกายเป็นคนทำหุ่นเงาใบไม้เพื่อใช้สำหรับเชิดแสดงละครนิทานหุ่นเงา ทำเสร็จก็ซ้อมบท เติมบท ต่อยอดจากนิทานเดิมในหนังสือให้มีรสชาติเหมาะกับผู้ชมละคร

ในท้องนากว้างที่มีต้นยาง (สะแบง) อันเป็นเอกลักษณ์ของท้องนาอีสาน ท้องฟ้าใสสะอาดแดดร่มลมตก คณะละครหุ่นเงาใบไม้ก็ซ้อมรอบแรกท่ามกลางเสียงพิณและโหวด ซ้อม ซ้อม และซ้อม เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย เสียงโปรดิวเซอร์สั่งงาน เสียงพากย์ของพี่นก นิรมลทำให้ท้องนาวันนั้นมีความหมายพิเศษ มันจะพิเศษไปกว่านี้อีก เมื่อซ้อมเสร็จแล้วก็จะนำ ไปแสดงรอบแรกในชุมชนบ้านจีกแดก ณ แดกศิลป์ อาร์ตสเปซ

ติดตามชมการเดินทาง แคมปิ้ง ทำหุ่น และซ้อมเชิดนิทานหุ่นเงาใบไม้ ในทุ่งแสงตะวัน ตอน ลูกยางเตรียมตัว เสาร์ที่ 2 มกราคม 2564 ทางช่อง 3 กด 33 และเพจทุ่งแสงตะวัน

โดย อาทร ริมทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน