กลยุทธ์ รุกถอยหลัง ของสุมาอี้(2) – “อึ้งมงคล” บรรยายต่อไปให้เห็นว่า สุมาอี้ถือได้ว่าเป็นผู้อาวุโสในด้านเสนาธิการทหาร จึงเริ่มมีบทบาทในกองทัพมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้เป็นแม่ทัพสู้กับขงเบ้งที่เขากิสานอยู่หลายครั้ง

ด้วยความสุขุมรอบคอบการวางแผนจึงเป็นไปอย่างรัดกุมเพราะกลัวเกรงบารมีของขงเบ้ง

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขงเบ้งพลาดท่าเสียจุดยุทธศาสตร์ที่เมืองเกเต๋ง ทำให้ขาดเสบียงเกือบพ่ายแพ้จนต้องใช้แผนจิตวิทยาขั้นสูง

คือ เปิดประตูเมืองเล่นพิณอยู่คนเดียว

สุมาอี้เห็นดังนั้นก็กลัวว่าจะเป็นกลอุบาย จึงไม่ยกทัพเข้าตี คนนอกอาจจะดูการ กระทำของสุมาอี้เหมือนว่าเป็นคนหวาดกลัวและไม่กล้าตัดสินใจ

แต่ความจริงเป็นเพราะในชีวิตสุมาอี้มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

จึงไม่ยอมบุ่มบ่าม ทำอะไรด้วยความประมาทเลยสักครั้ง ทุกครั้งจะต้องชั่ง น้ำหนักระหว่างผลได้และผลเสียที่จะอาจจะเกิดขึ้น

เป็นท่าทีเมื่อเผชิญกับขงเบ้งขึ้นกำแพงแสร้งดีดพิณ

หากขงเบ้งซ้อนกลซุ่มทหารอยู่จริงก็คงต้องเสียไพร่พลไปเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าไม่มีกองกำลังอยู่ในเมืองแล้วสุมาอี้ยกทัพกลับ ก็แค่เป็นการพลาดโอกาสครั้งหนึ่งเท่านั้น

หาใช่การสูญเสียครั้งใหญ่

การวางหมากเดินทัพของสุมาอี้จึงไม่เหมือนแม่ทัพคนใดในสามก๊กเลย มีกลยุทธ์ไม่ด้อยไปกว่าขงเบ้ง แต่มีความรอบคอบและน้ำอดน้ำทนสูงกว่าทุกคนมาก

ในการยกทัพขึ้นเขากิสานครั้งที่ 6 ของขงเบ้ง

สุมาอี้สืบทราบมาว่า สุขภาพของขงเบ้งนั้นทรุดโทรมจากการโหมงานหนักตลอดหลายสิบปีคงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน จึงใช้กลยุทธ์ไม่ยอมรบด้วย ตั้งมั่นอยู่ในค่ายทหารของตนเอง

แม้ว่าขงเบ้งจะพยายามยั่วยุอย่างไรก็ไม่มีผล

ถึงขั้นส่งเสื้อผ้าผู้หญิงมาให้ใส่ หวังยั่วให้สุมาอี้โกรธ แต่วิธีนี้ไม่มีผลใดๆ ต่อคนสุขุมอย่างสุมาอี้เลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าไม่มั่นใจว่ามีโอกาสชนะมากจริงๆ

คนอย่างสุมาอี้จะไม่ชักกระบี่ออกจากฝักอย่างเด็ดขาด

ด้วยวิธีใจเย็นเช่นนี้สุมาอี้จึงสามารถอดทนรอจนขงเบ้งเสียชีวิตลงเองได้ และเมื่อนั้นความได้เปรียบทุกอย่างจึงกลับมาอยู่ที่ฝ่ายตน

ต้องถือว่าเป็นคู่ปรับที่มีความฉลาดและลุ่มลึกจนขงเบ้งที่ชนะมาทุกทิศต้องสยบยอมให้

หลังจากโจโฉเสียชีวิต โจผี บุตรชายขึ้นครองราชย์ได้ไม่ถึง 10 ปีก็หมดลมตามไป พระเจ้าโจยอย สืบทอดบัลลังก์ต่อ ควบคู่ไปกับญาติชื่อโจซองเป็นคนคอยดูแลเรื่องราวในบ้านเมืองให้

โจซองมีความระแวงสุมาอี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วว่าสักวันจะต้องทรยศหักหลัง

จึงวางแผนแต่งตั้งให้สุมาอี้เป็นราชครู ซึ่งแม้จะเป็นตำแหน่งที่สูงแต่ก็ไม่มีอำนาจทางการทหารเลย สุมาอี้จากแม่ทัพใหญ่ในยุคสมัยพระเจ้าโจผีจึงเหมือนคนดวงตก

กลายเป็นคนที่มีแต่หัวโขนแต่ไร้ซึ่งอำนาจ

กระนั้น ความแน่วแน่ของสุมาอี้ก็ยังคงมีต่อไป เจ้าตัวยอมรับตำแหน่งราชครูอย่างไม่อิดออดเพื่อให้ทุกฝ่ายตายใจว่าตนไม่ได้มักใหญ่ใฝ่สูง

ทุกอย่างรอบคอบ ทุกอย่างสุขุม เปี่ยมด้วยคัมภีรภาพ

ไม่เพียงสุมาอี้จะยอมรับตำแหน่งราชครู หากสุมาสู สุมาเจียว ก็ลาออกจากราชการเพื่อไปร่วมพัฒนาบ้านเมืองกับสุมาอี้ผู้เป็นบิดา อยู่ที่นั่นเป็นเวลาต่อเนื่อง 5 ปี

ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเรื่องการทหารและการเมืองภายในเมืองหลวง

ภาพด้านหน้าก็ทำนุบำรุงราษฎร ทำให้เป็นที่รักใคร่ของปวงประชา แต่อีกด้านหนึ่งก็ฝึกกองกำลังสู้รบจนสามารถสร้างกองทหารที่แข็งแกร่งของตัวเองขึ้นมา

ครั้นเมื่อโจซองส่งคนไปตรวจดูก็แกล้งทำเป็นคนแก่สติฟั่นเฟือน

ตกอยู่ในอาการป่วยหนักใกล้ตาย เพื่อให้ทางราชสำนักเกิดความคลายกังวล ไม่คิดว่าสุมาอี้จะมีปัญหา หรือทำตัวเป็นเสี้ยนหนามได้อีกต่อไป

กลยุทธ์แสร้งทำเป็นคนแก่สติเลอะเลือนนี้น่าศึกษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน