ฉายารัฐบาลVERYกู้-ตู่ไม่รู้ล้ม
หมายเหตุ : ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายารัฐบาล ฉายารัฐมนตรี และวาทะแห่งปี ประจำปี 2563 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานรัฐบาล

ฉายารัฐบาล : VERY “กู้”
เปรียบเปรยการทำงานของรัฐบาลที่ต้องกอบกู้วิกฤตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 กู้ชีวิตคนไทยให้อยู่รอดปลอดภัย แม้จะยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ แต่ก็ยังดีกว่าหลายประเทศ แม้จะไม่ถึงขั้น very good ก็ตาม
ขณะเดียวกัน ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องคนไทยที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินและภาวะตกงาน บางคนต้องจากโลกนี้ไปด้วยไม่อาจรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้เงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ มาบรรเทาปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
‘ตู่ไม่รู้ล้ม’
เป็นการล้อคำ “โด่ไม่รู้ล้ม” ชื่อยาดองชนิดหนึ่ง สรรพคุณคึกคัก กระปี้กระเปร่า ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สะท้อนถึงการทำงานของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ว่าจะประสบปัญหา อุปสรรคการเมือง หรือ ชุมนุมขับไล่ถาโถม ก็ยังยืนหยัดฝ่าฟันอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไป

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี
‘ป้อมไม่รู้โรย’
ล้อจากคำว่า บานไม่รู้โรย ด้วยภาพลักษณ์ของพี่ใหญ่ 3 ป ในวัย 75 ปี ยังคงทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีเคียงข้างน้องๆ ได้ แถมยังแผ่บารมีควบเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล เหมือนกับดอกไม้แม้จะบานนานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้โรย ประกอบกับ วลีติดปากที่มักจะตอบคำถามสื่อมวลชน แทบทุกครั้งว่า “ไม่รู้ๆ” อยู่เสมอ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล
รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข
‘ทินเนอร์’
ด้วยชื่อ อนุทิน ซึ่งพ้องกับสารระเหยที่มีทั้งคุณและโทษ ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หากสูดดมเข้าไปมาก อาจทำลายระบบประสาท กระทบกระเทือนความรู้สึกนึกคิด คล้ายพฤติกรรมการใช้คำพูดที่ขาดความยั้งคิด ส่งผลลบต่อตัวเองและรัฐบาล โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์
จนเป็นประเด็นลดความน่าเชื่อถือของตนเอง เช่น โควิด..กระจอก ไล่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับประเทศ หรือ ตอบโต้กับบุคลากรทางการแพทย์ จนเกิดกระแสต่อต้านหลายครั้ง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์
‘เช้าสายบ่ายเคลม’
สะท้อนการทำงานที่เห็นได้บ่อยครั้งว่ามักไม่ตรงต่อเวลา เข้าร่วมประชุมสายสม่ำเสมอ ส่วนในแง่การทำงานมักนิ่งเงียบเมื่อมีประเด็นที่ส่งผลลบต่อตนเองและพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นผลดีต่อคะแนนนิยม ก็จะรีบเคลมผลงานดังกล่าวทันที

นายวิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี
‘ไฮเตอร์ เซอร์วิส’
เป็นการยกคุณสมบัติเด่น ของนายวิษณุ ที่สามารถหาทางออก ปัญหาหนักอกของคนในรัฐบาลโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายได้อย่างเชี่ยวชาญ แล มักถูกวิจารณ์เรื่องความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เปรียบได้กับผลิตภัณฑ์ซักฟอกขาวยี่ห้อดัง ที่สามารถล้างคราบสกปรกให้ขาวสะอาดหมดจดได้ แต่อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหาย ขาดความสวยงาม คล้ายกับชื่อเสียงของรัฐบาลที่สึกกร่อนตามไปด้วย

นายสันติ พร้อมพัฒน์
รมช.คลัง
‘ค้างคลัง’
ยังคงไปไม่ถึงดวงดาว โดยเฉพาะตำแหน่งรมว.คลัง ที่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการไปถึง 2 ครั้ง แต่สุดท้ายนายสันติ ก็ยังเป็นคนนอกสายตา ถูกรั้งให้อยู่ได้แค่ตำแหน่งรมช.คลังเท่านั้น ทั้งที่ทุ่มเทให้กับพรรคอย่างมาก อีกทั้งยังออกตัวแรงแสดงออกชัดเจนว่า “พร้อมมาก” ที่จะทำหน้าที่นี้ก็ตาม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
รมว.คมนาคม
‘ศักดิ์สบายสายเขียว’
ลือลั่นมากกับปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว และอีกหลายโครงการ ที่ขัดแย้งกับหลายหน่วยงาน แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนเกื้อกูลอย่างดีจากนายกรัฐมนตรี โดยระยะหลังเรียกได้ว่า “ขึ้นหม้อ” ตามติดนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด
ส่วนการทำงานในพรรคภูมิใจไทย ก็อยู่อย่างไร้ความกังวล เพราะมีพี่ชายที่ชื่อ เนวิน ชิดชอบ คอยดูแลปัดเป่าทุกข์ภัยต่างๆ ให้

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
‘พังPORN’
สะท้อนการทำงานที่ล้มเหลว ในฐานะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานด้านโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักที่ถูกนำมาใช้โจมตีรัฐบาลอย่างหนัก แม้จะเปิดศูนย์ anti-fake news แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้
และล่าสุดเกิดดราม่า หลังสั่งปิดการเข้าถึงเว็บไซต์ปลุกใจเสือป่าชื่อดัง จนเกิดกระแสต่อต้านลุกลามบานปลาย

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
รมช.แรงงาน
‘แชมป์ไตรกีฬา’
ไตรกีฬา ประกอบด้วย กีฬา 3 ชนิด คือ วิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน สะท้อนภาพลักษณ์ได้ครบถ้วนชัดเจน ในบุคลิกที่สื่อมวลชนประจักษ์ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่มีทั้งการวิ่งเต้น การเข้าหาผู้ใหญ่ และการปลุกปั่นกระแส
แม้จะถูกกล่าวหาว่า ลืมบุญคุณผู้ชักนำเข้าสู่การเมืองแต่ก็ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ เดินหน้าจนสามารถคว้าตำแหน่งที่ต้องการได้สำเร็จ ทั้งที่เป็นนักการเมือง และ ส.ส.สมัยแรกเท่านั้น

วาทะแห่งปี
‘ไม่ออก.. แล้วผมทำผิดอะไรหรือ’
เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตอบข้อสักถามสื่อมวลชน พร้อมกับบรรดาคณะรัฐมนตรีที่ยืนเรียงหน้าประกาศความเหนียวแน่น เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง