มูลนิธิรามาธิบดีฯ ในยุคนิวนอร์มัล – การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้น ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตของหลายๆ คน สำหรับอาชีพในสายบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นด่านหน้าที่ต้องเผชิญหน้ากับโรคที่ไม่เคยเจอมาก่อนและยังต้อง ทำหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นงานที่หนักและมีความเสี่ยงสูง ในขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้ออีกด้วย
สำหรับมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกเหนือจากการเป็นหน่วยงาน ที่สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนในวงกว้างแล้วนั้น ท่ามกลางสถานการณ์ความเร่งด่วนที่เกิดขึ้น มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรและจิตอาสาเร่งระดมทุนและเผยแพร่ข่าวสารแก่ประชาชนในวงกว้าง เพื่อให้สามารถจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้เพียงพอกับความต้องการ รวมถึงให้การสนับสนุนเร่งด่วนแก่เคสฉุกเฉินต่างๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางโรคระบาดอีกด้วย เช่น กรณีความสำเร็จของทีมแพทย์ ร.พ.รามาธิบดี ในการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้ป่วยโควิด-19 มาให้กับผู้ป่วยธาลัสซีเมีย สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก เป็นต้น

น.ส.พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ เทรนด์และความท้าทายขององค์กรการกุศลในปัจจุบันผู้บริจาคมีความรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้น ทำให้มักตัดสินใจเลือกองค์กรที่เชื่อถือและตรวจสอบได้ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าเงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ตรงกับจุดประสงค์ของการรับบริจาคอย่างแท้จริง
จากสภาพสังคมไร้เงินสด และ e-payment : ภาวะการล็อกดาวน์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เปรียบเสมือนเป็นตัวเร่งให้คนไทยสามารถปรับตัวกับการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะนอกจากเงินสดมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแล้ว การที่ผู้คนหันมาใช้ Mobile banking และ e-wallet กันมากขึ้น

ทำให้มูลนิธิเองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ การพัฒนาช่องทางโซเชี่ยล รวมถึงจับมือร่วมกับพันธมิตร Super App การเพิ่มช่องทางการบริจาคที่หลากหลายขึ้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนยุคนิวนอร์มัล
สัดส่วนผู้บริจาคของมูลนิธิรามาธิบดีฯ แบ่งเป็นกลุ่มที่เดินเข้ามาที่มูลนิธิ กับบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์หลักของมูลนิธิ และแอพฯ ต่างๆ หรือที่เรียกว่า Non-Walking ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 60% ในขณะที่กลุ่มผู้บริจาคที่เดินทางมา บริจาคอยู่ที่ 40% ซึ่งทางมูลนิธิเล็งเห็นแนวโน้มที่กลุ่ม Non-walking หรือออนไลน์ จะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สามารถบริจาคได้ผ่านบัญชีมูลนิธิรามาธิบดี ธนาคารกสิกรไทยเลขที่ 879-2-00448-3, ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-05216-3, ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 090-3-50015-5 และบริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร. 0-2201-1111
น.ส.พรรณสิรีกล่าวต่อว่า สำหรับบริการและการรักษาผ่านเทเลเมดิซีน (Telemedicine) : ช่วยผู้ป่วยมาพบแพทย์โดยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล และสามารถรับยาและจ่ายค่ารักษาผ่านการส่งไปรษณีย์และช่องทางดิจิทัล เพื่อลดความเสี่ยงได้รับเชื้อระหว่างเดินทาง และลดความแออัดที่โรงพยาบาล ตอบรับมาตรการระยะห่างอย่างมีประสิทธิภาพ ในระหว่างตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามี ผู้ป่วยที่ใช้บริการดังกล่าวแล้วกว่า 7,000 ราย

ของที่ระลึกการกุศลถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งในปีนี้มูลนิธิได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ทั้งจากเครือข่ายศิลปิน จิตอาสา เช่น ลายจากศิลปินแห่งชาติ อ.ถวัลย์ ดัชนี และแบรนด์คาแร็กเตอร์อย่างสนู้ปปี้นอกจากช่องทางการซื้อขายทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ของมูลนิธิเองยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายองค์กรรวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่าง Shopee และ Lazada ที่ช่วยเพิ่มช่องทาง ให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้าถึงของที่ระลึกการกุศล ได้สะดวกมากขึ้น
การร่วมสนับสนุนจากเครือข่ายองค์กรและภาคประชาชน : ผู้มีจิตศรัทธาในภาคองค์กรนิยมการคิดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับภาคเอกชนด้วยกัน หรือทำงานร่วมกับภาคการกุศลกัน มากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้มีจิตศรัทธารู้สึกสนใจและต้องการสมทบทุนบริจาคในโครงการที่ตนเองสนับสนุนมากยิ่งขึ้น เช่น การทำ LINE Sticker ร่วมกัน การทำ คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าพิเศษต่างๆ เป็นต้น
น.ส.พรรณสิรีกล่าวอีกว่า การทำบุญของคนยุคโซเชี่ยลนั้น เราจะเห็นเทรนด์ในการบริจาคผ่านการโอนเงินพร้อมกับแชร์สลิป ด้วยเหตุผลเพื่ออยากให้คนอื่นๆ ร่วมทำบุญไปกับตน นอกจากนั้นก็ยังมักจะแชร์เรื่องราวหรือเคสเร่งด่วน เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงในการช่วยระดมทุนและระดมความช่วยเหลืออีกด้วย
สำหรับโครงการที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ให้การดูแลในขณะนี้ได้ขับเคลื่อนโครงการต่างๆ มากมาย โดยมีโครงการหลักที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องทั้งสิ้น 4 โครงการ รวมงบประมาณที่ต้องระดมทุนกว่า 1,000 ล้านบาทซึ่งโครงการหลักทั้ง 4 มีดังนี้

โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อสถาบันการแพทย์ จักรีนฤบดินทร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นร.พ.หลักที่ให้การรักษาผู้ป่วย โควิดในช่วงที่ผ่านมา โดยสถาบันแห่งนี้ตั้งอยู่ใน จ.สมุทรปราการ ถือเป็นต้นแบบการสาธารณสุขของไทย ทั้งในด้านการตรวจรักษาและการผลิตบัณฑิตทางสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ในหลากหลายสาขาที่มีความรู้ ความสามารถ เพื่อเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงด้านการวิจัย โดยการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ และมุ่งเป้าเพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศอย่างตรงจุดทั้งยังเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีจำนวนเตียงที่รองรับผู้ป่วยในได้มาก 550 เตียง สามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้ 1 ล้านราย ผู้ป่วยใน 17,000 รายต่อปี ให้บริการผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมในขณะเดียวกันก็สามารถส่งตัวผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาที่ซับซ้อนขึ้นไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี พญาไทได้เช่นกัน
โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ เป็นโครงการที่มูลนิธิรามาธิบดีได้ให้การสนับสนุนมายาวนานกว่า 51 ปี เนื่องจากในแต่ละปีจะผู้ป่วยจำนวนมากจากทั่วประเทศที่เข้ารับการรักษากับทางร.พ.รามาธิบดี แต่ขาดแคลน ทุนทรัพย์ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งคำว่าผู้ป่วยยากไร้เป็นคำเรียกรวมผู้ป่วยหลายประเภทที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาพยาบาล เช่น ผู้ป่วยจากสถานสงเคราะห์, ผู้ป่วยจิตเวช, ภิกษุอาพาธและแม่ชีที่ป่วย, ผู้ป่วยเร่ร่อนจรจัด, ผู้ป่วยในพระราชูปถัมภ์, ผู้ป่วยจากเหตุการณ์และภัยพิบัติต่างๆ, ผู้ป่วยต่างด้าว และผู้ป่วยในกลุ่มที่ค่ารักษาพยาบาลเกินกว่ามูลค่าที่สิทธิประกันตนครอบคลุม
แม้ประชาชนจะได้รับสิทธิการรักษาฟรีตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิพื้นฐานอื่นๆ แต่ยังมี ผู้ป่วยจำนวนมากที่มีปัญหาในเรื่องการใช้สิทธิดังกล่าว เช่น สิทธิไม่ครอบคลุมบางโรค เช่น การปลูกถ่ายตับ การเปลี่ยนไต และเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก เป็นต้น ยาหรืออุปกรณ์การแพทย์บางรายการไม่ได้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ จึงเป็นส่วนเกินที่ผู้ป่วยต้องชำระเอง, กรณีผู้ป่วยดำเนินการผิดขั้นตอน ใช้สิทธิไม่ถูกต้อง หรือยื่นเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งมูลนิธิรามาธิบดีฯ ให้การสนับสนุนแก่ผู้ป่วยยากไร้กว่า 3 พันคนต่อปี

โครงการรามาธิบดี เพื่อโรงพยาบาลชุมชน เพื่อให้การสนับสนุนแก่โรงพยาบาลชุมชนต้นแบบ 4 แห่ง คือ ร.พ.อุ้มผาง จ.ตาก ร.พ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ร.พ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ร.พ.สมเด็จพระยุพราช ด่านซ้าย จ.เลย และโรงพยาบาลชุมชนที่สนใจเพิ่มเติมอีกกว่า 19 แห่ง โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีของโครงการ
นับจากนี้จะช่วยเหลือผู้คนใน 79 หมู่บ้าน 23 อำเภอกว่า 4 แสนราย ทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรังผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการและทุพพลภาพให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ยากไร้ในพื้นที่ พัฒนาการเรียนการสอนด้านระบบบริการสาธารณสุขและระบบสุขภาพชุมชนที่ดีและมีคุณภาพ มุ่งผลิตนักบริบาลชุมชน บุคลากรการแพทย์ รวมถึงสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ให้โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการนำชุดความรู้ไปพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและระบบสุขภาพชุมชนให้ดีขึ้น โครงการทุนการศึกษารามาธิบดี เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้งหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถจ่ายค่าการศึกษาและค่าใช้จ่ายจำเป็นในการดำรงชีพ อันจะทำให้นักศึกษาเล่าเรียนได้ตามความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ เมื่อจบการศึกษาจะได้นำความรู้ไปพัฒนาให้เกิดความเชี่ยวชาญจนเป็นที่พึ่งของ ผู้ป่วยและทำประโยชน์ต่อสังคมต่อไป
เพราะ #คำว่าให้ไม่สิ้นสุด