เงื่อนงำ ภาพเหมือน หยางผิง (85) – คล้อยหลังจ้าวเยี่ยนจากไป คล้อยหลังถังจีจากไป เมื่อไม่มีคนจากภายนอกอยู่แล้ว หลิวเสียทรุดร่างนั่งลง ณ ที่เดิมอีกครั้ง
เล่าเรื่องราวของจ้าวเยี่ยนให้หยางซิวฟังอย่างละเอียด
แม้กระทั่งความลับอันเกี่ยวกับหัวธนู “จ้งหลี” ก็เล่าอย่างไม่มิดเม้ม ปิดบัง ทุกคนจึงได้เข้าใจว่าเพราะเหตุใดจ้าวเยี่ยนจึงนำหัวธนู “จ้งหลี” ออกมาข่มขู่
เหตุผลใดหลิวเสียจึงมิได้หวาดกลัว
ได้ยินเช่นนั้นหยางซิวตบโต๊ะร้องอุทานด้วยความชื่นชม “ซือหม่าอี้ผู้นี้ ร้ายกาจจริงๆ อาศัยเบาะแสเพียงเล็กน้อยก็วางแผนการใหญ่ถึงเพียงนี้ กลยุทธ์ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าข้ากับกัวจยาเลย”
นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการคิดถึงซือหม่าอี้อีกคำรบหนึ่งของหยางผิง
การสนทนาระหว่างโอรสสวรรค์กับราชินีฝูโซ่วและหยางซิง โดยมีเหลิ่งโซ่วกวงเป็นองค์ประกอบอย่างทรงความหมายอยู่ด้วยจึงมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ
เพราะทั้งหมดสัมพันธ์กับสกุลซือหม่า สัมพันธ์กับซือหม่าอี้
คําอุทานของหยางซิวที่ว่า “ซือหม่าอี้ผู้นี้ร้ายกาจจริงๆ กลยุทธ์ของเขา ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้ากับกัวจยาเลย”ความรู้สึกแรกของหลิวเสียก็คือ ความภาคภูมิใจ
“จ้งต๋า แม้นิสัยจะแปลกไปหน่อยแต่ถ้าใครล่วงเกินเขาไม่เคยเป็นฝ่าย ได้เปรียบหรอก”
หยางซิวหรี่ตามองไปยังหลิวเสีย “แต่ว่าฝ่าบาท เมื่อฟังจากที่ท่านเล่ามา ดูเหมือนก่อนที่จ้าวเยี่ยนจะเอาหัวธนูจ้งหลีออกมา ท่านรู้อยู่แล้วว่ามีซือหม่าอี้ คอยช่วยเหลืออยู่ลับๆ”
“ไม่อาจเรียกได้ว่ารู้” เป็นคำตอบในเบื้องต้น
แล้วตามมาด้วยคำอธิบายอย่างค่อนข้างรวบรัดว่า “ข้าแค่สัมผัสได้ถึงเงื่อนงำ บางประการอย่างรางๆ เท่านั้น”
“หากให้ข้าเดา หรือว่าเกี่ยวกับภาพวาด 5 แผ่นนั้น”
“ไม่มีอะไรสามารถปิดบังเจ้าได้จริงๆ” หลิวเสียยิ้มเก้อๆ เติ้งจั่นนำภาพเหมือนหยางผิง 5 ภาพกลับมาจากอำเภอเวินเซี่ยน
ภาพทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในมือของกัวจยา
ความรู้สึกแปลกๆ ในใจของหลิวเสียก็คือ หลังจากภาพเหมือนทั้ง 5 ภาพตกอยู่ในมือของกัวจยาแต่กลับไม่มีข่าวคราวหรือบทสรุปใดตามมาเลยแม้แต่น้อย
แปลกอย่างประหลาดยิ่ง
เนื่องจากของพวกนี้เหมือนดาบสวรรค์อันแขวนอยู่เหนือศีรษะของราชวงศ์ฮั่นตลอดเวลา หากไม่สามารถสืบหาความนัยที่แฝงเร้นอยู่อย่างแน่ชัดย่อมมิอาจอยู่อย่างสงบได้
เงื่อนงำนี้ทำให้หลิวเสียใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้หลิวเสียเคยเสนอตัวเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ แต่สุดท้ายกลับถูก กัวจยาชักนำไปให้ปลอมตัวลอบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก
นับแต่นั้นก็ไม่ได้ทำอะไรอีก
ในยามได้ยินหลิวเสียพูดเช่นนี้ฝูโซ่วเบิกตาโต นางอยู่กับหลิวเสียทุกวันแต่กลับไม่เคยสำเหนียกว่า ที่แท้ในใจเขามีคำตอบอยู่แล้วเพียงแต่ไม่ได้เอ่ยออกมา
ที่สุดแล้วแม้แต่นางซึ่งเป็นมเหสีก็ยังถูกปิดบัง
คําถามของฝูโซ่วจึงเหมือนกับเป็นตัวแทนความรู้สึกของคนอื่นๆ “เหตุใดฝ่าบาทจึงไม่พูดตั้งแต่แรก กลับทำให้พวกเราคอยกังวลอยู่ตั้งนาน”
“เดิมทีข้าไม่แน่ใจนัก” หลิวเสียรีบอธิบาย
“หากพูดออกมาก็เกรงว่าจะทำให้พวกเจ้าเข้าใจผิด กระทั่งจ้าวเยี่ยนบุกเข้ามาในวังเมื่อได้รับการยืนยันจากเขาอีกทาง ข้าจึงแน่ใจว่าไม่ผิดพลาด”
“แล้วตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เป็นความอยากรู้จากหยางซิว
ได้ยินคำถามด้วยความอยากรู้นั้น หลิวเสียมิได้ตอบในทันทีหากแต่ถามคำถามที่ฟังเหมือนจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อยว่า
“พวกเจ้ารู้จักวิชาแยกเงาหรือไม่”