บิ๊กโปรเจ็กต์ภาคใต้ – ปลายปีก่อน โครงการจะนะ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ถูกชะลอไว้ก่อน รัฐบาลรับปากว่าศึกษาผลกระทบ โดยช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีข่าวโครงการคลองไทยก้าวหน้าที่จะร่วมทุนกับต่างชาติ เช่น จีน อินเดีย สหรัฐ และออสเตรเลีย เชื่อมทะเลอันดามัน ฝั่งมหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทย มหาสมุทรแปซิฟิก เป็นคลองขุดที่กว้างที่สุดถึง 400 เมตร ลึก 30 เมตร และนำร่องน้ำลึกลงในฝั่งทะเลทั้งสองข้าง กว่า 3-4 ก.ม. จาก อ.สิเกา จ.ตรัง ไปออกทะเลที่ อ.ระโนด จ.สงขลา

ย้อนกลับไป 11 ต.ค. 2563 โฆษกกระทรวงคมนาคมประกาศว่ากำลังศึกษาโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน ระหว่างท่าเรือจังหวัดชุมพรกับท่าเรือจังหวัดระนอง แล้วเชื่อมการขนย้ายสินค้าทั้งรถไฟรางคู่และทางหลวงพิเศษ เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีโครงการแลนด์บริจด์ สตูล สงขลา ที่ผ่านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ถูกต่อต้านอย่างหนักจาก ชาวบ้านปากบารา จนต้องประกาศหยุดโครงการนี้ไปเมื่อปีที่แล้ว (2563)

สรุปเบื้องต้นนับแต่รัฐบาล คสช. มาจนรัฐบาลประชารัฐ+ส.ว. มีโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ที่จะลงไปพื้นที่จังหวัด ภาคใต้ 4 โครงการ และทั้งหมดมีลักษณะการลงทุนที่เหมือนกันคือ จะสร้างท่าเรือน้ำลึกขึ้นทั้งสองฝั่งทะเลไทย โดยคิดว่าจะทำให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง พัฒนาเศรษฐกิจ

ข้อสังเกตก็คือ ถ้านับตามโครงการที่กำลังคิดอยู่ก็ คือท่าเรือน้ำลึกในทะเลอ่าวไทยติดกันถึง 4 ท่าเรือ นับแต่ท่าเรือชุมพร ท่าเรือชะอวด ท่าเรือน้ำลึกสงขลา มีอยู่แล้ว และท่าเรือจะนะที่จะห่างจากท่าเรือสงขลาไม่ถึง 100 ก.ม. และห่างจากท่าเรือน้ำลึกโกตาบารู ของมาเลเซีย ที่เป็นแลนด์บริจด์เชื่อมระหว่างกัวลาลัมเปอร์ทะเลอันดามันมายังอ่าวไทย ที่โกตาบารู ประมาณ 200 ก.ม.

ข้อสงสัยก็คือ ถ้าเราจะมีท่าเรือน้ำลึกที่รวมกันแล้วถึง 6 ท่า บวกท่าเรือน้ำลึกสงขลาอีก รวมเป็น 7 ท่า เราได้เตรียมผู้คนที่จะบริหารการท่าเรือนี้แล้วหรือยัง

ท่าเรือน้ำลึกไม่ใช่ท่าเรือท่าเตียน และก็ไม่ใช่ท่าเรือคลองเตย โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึกที่ อ.ชะอวด ที่มีคลองไทยกว้างถึง 400 เมตร และร่องน้ำลึก 70 เมตรลงไปในทะเลทั้งสองฝั่งยาว 3-4 กิโลเมตร การบริหารจัดการจะสับสนเพียงใดที่ต้องการ ผู้บริหารผู้มีประสบการณ์และความสามารถสำคัญ

ถ้าเราไม่มีผู้คนที่จะบริหารการท่าเรือน้ำลึกที่ต้องมีประสบการณ์จริง นั่นคือ เราก็คงต้องจ้าง “คนต่างชาติ” มาบริหารจัดการ ซึ่งก็น่าจะหมายความว่า ให้คนต่างชาติมาร่วมลงทุนโครงการนี้ด้วย

คำถามต่อมาก็คือ แล้วไทยจะได้อะไรจากโครงการขนาดใหญ่อย่างนี้ คนไทยท้องถิ่นก็คงต้องถามด้วยว่า แล้วโครงการ ใหญ่อย่างนี้พวกเราจะได้โอกาสหรือประโยชน์หรือผลกระทบอะไรบ้าง

แล้วใครจะตอบ? เพราะคนที่เสนอโครงการเหล่านี้ต่างก็พูดกันแต่ผลประโยชน์จะเกิดแก่ระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจประเทศ ประเทศจะรวยขึ้น

แล้วคนไทยพื้นถิ่นรวยขึ้นด้วยได้อย่างไร?

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน