เยื่อใย โอรสสวรรค์ ซือหม่าอี้(88) – แต่ละถ้อยคำอันเป็นการยกย่องซือหม่าอี้ที่ออกจากปากของหยางซิว ส่งผลสะเทือนโดยฉับพลันทันใด มุมปากหลิวเสียเกิดการเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยน

ความคิดติดปีกบินกลับไปยังอำเภอเวินเซิ่ยน

พื้นที่ที่คุ้นเคยมาแต่เยาว์วัย ณ ที่นั่น บรรดาพี่น้องของเขาไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับสวี่ตู ตรงกันข้าม กลับทุ่มเทไล่กวดตามภาพวาดในคืนหิมะพรำเพื่อเขา

โดยไม่ลังเล ทั้งยังทุ่มเทวางแผนส่งตัวจ้าวเยี่ยนมาให้

เมื่อคิดคำนึงมาถึงตรงนี้ บังเกิดกระแสความอบอุ่น ห่วงหาอาทร เอ่อท้น ขึ้นมา เหมือนเป็นพลังวังชาอันแข็งแกร่งได้รับการฉีดซ่านเข้ามาทั่วทั้งสรรพางค์กาย

“ซือหม่าอี้ผู้นี้เป็นคนอย่างไร” เป็นคำถามจากฝูโซ่ว

จากพื้นฐานของฝูโซ่วนางย่อมจินตนาการไม่ออกว่า คนหนุ่มซึ่งพำนักอยู่ห่างไกลถึงอำเภอเวินเซี่ยนจะสามารถพลิกฟื้นวิกฤตของราชวงศ์ฮั่นได้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา

“นั่นเป็นพี่น้องที่ดีที่สุดของข้า” เป็นคำตอบจากหลิวเสีย

ที่ติดตามมาพร้อมกับคำตอบ คือ ความคิดคำนึงหนึ่งอันพลุ่งโพลงขึ้นมาในหัว ดำรงอยู่อย่างแนบแน่นยากที่จะขจัดออกไปได้

“ถ้าจ้งต๋ามาสวี่ตูได้ บางทีข้าอาจผ่อนคลายลงบ้าง”

นี่ย่อมเป็น “ช่องทาง”ให้ซีรีส์ในชุด“ความลับสามก๊ก”อาศัยเป็นวิถีปล่อยให้ตัวละครนามว่าซือหม่าอี้มีบทบาทเป็นอย่างสูง

ไม่ว่าที่อำเภอเวินเซิี่ยน ไม่ว่าที่สวี่ตูในกาลต่อมา

สัมผัสได้จากการเขียนบทกำหนดให้ซือหม่าอี้เดินทางเข้าสวี่ตูเพื่อสืบค้นสภาพความเป็นจริงจากข่าวที่ได้รับกรณีการถูกลอบสังหารอย่างมีเงื่อนงำของหยางผิง

ทำให้ได้เข้าไปยังสุสานบรรพชนจนรู้จักกับถังจี

ทำให้ได้เข้าไปสัมพันธ์กับเรื่องราวอันเป็นความเร้นลับภายหลังการเข้ามาของกองกำลังแห่งจางซิ่ว กาเซี่ยงในการจัดการกับกบฏต่งเฉิง

และเข้าไปมีส่วนรับรู้กับกรณีการตายของต่งกุ้ยเหริน

นี่คือความแตกต่างไม่เพียงแต่ระหว่างยุทธนิยายกับที่เมื่อปรากฏเป็นซีรีส์ หากแต่ยังสะท้อนให้เห็นกระบวนการนำเสนอที่แตกต่างกันในเชิงขนบและ รูปการณ์ทางศิลปะ

ยุทธนิยายมีความจำกัดอย่างหนึ่ง ซีรีส์เปิดกว้างในอีกทางหนึ่ง

ภายในช่องว่างนี้เอง ซีรีส์ได้รุกเข้าไปอย่างเป็นฝ่ายกระทำแม้กระทั่งการเปิดตัวซือหม่าอี้ให้ได้เข้าไปรู้จักกับสวินอี้ และเข้าไปรับราชการในกรมอาลักษณ์ในการคัดลอกตำรา

ตัดฉากไปไกลเพื่อนำไปสู่การผูกพันระหว่างซือหม่าอี้กับหยางผิง

ตัดฉากออกจากสวี่ตู ตัดฉากออกจากพระตำหนัก โดยการเปิดฉากใหม่เป็นการเดินทางของคน 2 คนซึ่งมีวัยแทบไม่แตกต่างกันมากนัก

คนหนึ่งคือหลิวผิง คนหนึ่งคือเว่ยเหวินไปยังเมืองไป๋หม่า

เริ่มต้นด้วยปฏิบัติการอันหลิวผิง เว่ยเหวิน ลอบหนีออกจากสวี่ตู และถูกจับได้ หลิวผิงปราดไปยืนตรงหน้ากัวถูแล้วยื่นมือออกไป

“กัวเซียนเซิง ท่านดูสิว่านี่อะไร”

เป็นสายคาดเอวอันทำจากผ้าแพร ปักลายมังกรตัวเล็ก พื้นหลังขับเน้นด้วยแพรสีม่วง ฝีมือปักประณีตงดงาม ก่อนเข้ากระโจมพวกเขาล้วนถูกค้นตัวอย่างละเอียดแต่ไม่มีใครสงสัยต่อสายคาดเอวนี้

กัวถูเมื่อเห็นสายคาดเอวก็ผุดลุกขึ้นโดยพลัน

เหมือนเห็นภูตผีปีศาจอย่างไรก็อย่างนั้น องครักษ์หลายคนทำท่าจะกรูเข้าไปคุมตัวหลิวผิง กัวถูสำแดงความหงุดหงิดให้ปรากฏ โบกไม้โบกมือห้าม

“พวกเจ้าจะยืนอยู่ตรงนี้ทำไม ไสหัวออกไปให้หมด”

บรรดาองครักษ์ปฏิบัติตามคำสั่ง ในกระโจมเหลือเพียง 3 คน หลิวผิงแกะด้ายบนสายคาดเอวออกเผยให้เห็นผ้าสีขาวผืนหนึ่งซ่อนอยู่ด้านใน

“กัวถู รับราชโองการ” หลิวผิงยืนอยู่ที่เดิม 2 มือประคองสายคาดเอว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน