ล้มสะโพกหัก อย่าเคลื่อนย้ายเอง – สําหรับผู้ที่หกล้มกระดูกสะโพกหัก แพทย์แนะนำให้เรียกรถพยาบาลมานำตัวส่งไปรักษา อย่าเคลื่อนย้ายเอง เพราะอาจทำให้บาดเจ็บเพิ่มทั้งจากกระดูกและเนื้อเยื่อโดยรอบ

ทั้งนี้หากล้มแล้วเจ็บปวดบริเวณสะโพกจนขยับไม่ไหว ลุกไม่ได้ อย่าฝืน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะกระดูกสะโพกหัก

โดย นพ.เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า สะโพกเป็นกระดูกส่วนที่รับน้ำหนักตัวมากที่สุด หากล้มจนกระดูกสะโพกหักจะเกิดความเจ็บปวดรุนแรงจนขยับไม่ได้ลุกไม่ขึ้น หรือขาผิดรูป อย่าพยายามดัดหรือดึงเพื่อให้กระดูกกลับ เข้าที่โดยเด็ดขาด

รวมถึงไม่ควรฝืนลุกยืนและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง เพราะอาจทำให้กระดูกหักเพิ่มจนไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ และเสียเลือดมากขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายขึ้นแล้ว โทร.เรียกรถพยาบาลมารับทันที

สำหรับกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักง่ายคือ ผู้สูงอายุเนื่องจากความแข็งแรงของกระดูกลดลง ผู้ป่วยกระดูกพรุน ผู้ที่ขาดสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือแม้แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ แพ้ภูมิตัวเอง นอกจากนี้ในกลุ่มคนที่อายุน้อย ก็มีโอกาสกระดูกสะโพกหักได้จากอุบัติเหตุรุนแรง เช่น ตกจากที่สูง อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์

นพ.เปรมเสถียรกล่าวต่อว่า โดยมากเราจะพบผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสาเหตุมาจากการล้ม เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยที่หมดประจำเดือนและมีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งกระดูกสะโพกหักในกลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย

จากสถิติพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตภายในปีแรกสูงถึงร้อยละ 35 หากไม่ได้รับการรักษาดูแลที่เหมาะสม หรือไม่ได้รับการผ่าตัดภายใน 12-24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ป่วยจะเสียเลือด มากขึ้น เกิดภาวะแทรกซ้อน แผลกดทับ และติดเตียงในที่สุด” นายแพทย์เปรมเสถียรกล่าว

สำหรับการรักษาผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก หากเกิดการหักที่บริเวณคอสะโพกจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุด หรือภายใน 12-24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดโอกาสการนอน ติดเตียง สามารถลุกยืนได้ภายใน 6-12 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด และกลับไปวิ่ง ว่ายน้ำ ขับรถได้ใน 1 เดือน

นพ.เปรมเสถียรกล่าวอีกว่า การลดความเสี่ยงในการเกิดสะโพกหัก ควรเริ่มตั้งแต่ การรับประทานอาหารเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน ออกกำลังกายกลางแจ้งโดนแสงแดดบ้างอย่างสม่ำเสมอ ลดละเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วนบ้านที่มีผู้สูงอายุควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ปรับพื้นที่ทางเดินให้เหมาะสมไม่ลื่น และเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ ป้องกันผู้สูงอายุสะดุดหรือลื่นล้ม

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรตรวจคัดกรองกระดูกพรุนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการล้มและกระดูกหักง่ายได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน