ศรปักตรึง หน้าอก ซือหม่าอี้ (91) – Ma Bo Yong กำหนดบทบาทให้หลิวผิง เฉาพี เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ภายในเมืองเยี่ยเฉิง เป็นสถานการณ์ที่เดือดระอุกระทั่งทหารองครักษ์หมดความอดทน
“ขืนเจ้ายังขวางทางพวกเราข้าจะจับตัวเจ้าไปด้วยในฐานะนักโทษ”
“เจ้ากล้ารึ” หลิวผิงสวนกลับอย่างดุดัน ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานที่หลิวผิงจะถูกคร่ากุมตัวไปพร้อมกับเฉาพีนี้เองเสียงหนึ่งก็ลอยมาจากด้านข้าง
“มีอะไรไม่กล้าเล่า”
หลายคนหันมองไปตามเสียง เห็นคนผู้หนึ่งเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาจากตรอกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไป ท่วงท่าอาการเดินของเขาเหมือนสุนัขป่าตัวหนึ่ง
ทหารหรี่ตามองและจำได้ว่าคนผู้นี้คือ ซือหม่าอี้
ชื่อเสียงของซือหม่าอี้ในเยี่ยเฉิงไม่มีใครไม่รู้จัก แม้จะเป็นเหล่าทหารองครักษ์หน่วยนี้ล้วนเคยได้ยินมาว่าคนหนุ่มผู้นี้มีความสามารถโดดเด่นได้รับความชื่นชอบจากขุนนางใหญ่แห่งเยี่ยเฉิง
นี่มิได้เป็นหนแรกที่ซือหม่าอี้กับหลิวผิงประสบพบกัน
จากมุมมองของเหล่าทหารองครักษ์ ในฐานะที่ซือหม่าอี้ไม่ได้เป็นชาวจี้โจว การได้รับความชื่นชอบจากขุนนางใหญ่แห่งเยี่ยเฉิงนับว่าหาได้ยากยิ่ง
ยิ่งกว่านี้ พวกเรายังเคยได้ยินว่าซือหม่าอี้เคยดูหมิ่นหลิวผิงต่อหน้ามาแล้ว
เท่ากับว่า ซือหม่าอี้ หลิวผิง 2 คนนี้มีความแค้นลึกซึ้งต่อกัน มิได้เป็นฝ่ายเดียวกัน การแสดงออกของหลิวผิงยังตอกย้ำความเชื่อเพราะเมื่อเห็นว่าเป็นซือหม่าอี้ก็เบือนหน้าไปทางอื่นทันที
ซือหม่าอี้ไม่สนใจหลิวผิงเดินไปตรงหน้าทหารสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจึงกล่าว
“เจ้าทำได้ดี 2 วันก่อนผู้ช่วยเสิ่นเพิ่งออกประกาศจัดระเบียบการรักษาความปลอดภัยในเมืองเยี่ยเฉิง สาเหตุก็เพราะกลัวคนชั่วประเภทนี้จะฉวยโอกาส”
พูดพลางเหลือบมองหลิวผิงคล้ายเจตนาและไม่เจตนา
เป้าหมายของซือหม่าอี้ต้องการแยกเฉาพีออกจากหลิวผิง แม้หลิวผิงไม่เห็นด้วยและต้องการคัดค้านประท้วงก็ไม่เป็นผล
หากมองสายสัมพันธ์หลิวผิง ซือหม่าอี้ เรื่องนี้ย่อมมีเงื่อนงำ
อย่าได้แปลกใจหาก Ma Bo Yong บรรยายว่า ทหารไม่ปล่อยให้หลิวผิงพูดเหลวไหลและไล่ไปด้านข้างทันที ซือหม่าอี้พาเฉาพีกับเหล่าทหารองครักษ์เดินจากไปอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
เมื่อเงาร่างพวกเขาหายลับไปสีหน้าขุ่นเคืองของหลิวผิงก็หายไปด้วย
แทนที่ด้วยความดีใจและความกังวลใจหลายส่วน จากนั้นค่อยๆ ก้มตัวลงหยิบสารออกมาจากใต้ม้านั่งเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
เป้าหมายหลักอยู่ที่สายสัมพันธ์ซือหม่าอี้กับเฉาพี
เพราะสถานการณ์ขณะนี้คือเฉาพีถูกควบคุมไปเพื่อไปคุมขัง ณ กองกำลังรักษาเมือง ซือหม่าอี้เดินอยู่ข้างกายและจู่ๆ ก็ยื่นมือมาแตะไหล่เบาๆ เฉาพีบังเกิดความประทับใจทันที
เขาเชื่อใจซือหม่าอี้มาก เชื่อว่าอีกฝ่ายต้องมีหนทางช่วยตน
ซือหม่าอี้เอียงศีรษะเล็กน้อยเหมือนได้ยินเสียงอะไรและหมุนศีรษะไปอีกทางอย่างรวดเร็ว พบว่ามีกองทหารอีกกองประชิดเข้ามา ริมฝีปากเขาระบายยิ้มน้อยๆ อย่างอดไม่ได้ตบไหล่เฉาพีพร้อมกับพูด
“ดูแลตัวเองให้ดี”
ไม่ว่าสถานการณ์ตอนที่ซือหม่าอี้ ไม่ว่าสถานการณ์ตอนที่ซือหม่าอี้ประคารมกับหลิวผิง ล้วนดำเนินไปอย่างเหนือความคาดหมาย
แต่ที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่ากลับเป็นอีกอึดใจต่อมา
เสียงแหวกอากาศอันคุ้นเคยกรีดผ่านเยื่อหูของเฉาพี จากนั้นโลหิตสาดกระจาย ร่างของซือหม่าอี้ล้มตึง ณ เบื้องหน้าในท่ามกลางการมาของทหารกองใหม่
ที่หน้าอกของซือหม่าอี้มีศรหน้าไม้สีดำดอกหนึ่งปักตรึง
ศรที่ยิงเข้าใส่ซือหม่าอี้ทำลายปราการหัวใจอันเฉาพีสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก ความละอายใจ ความสะเทือนใจ ความหวาดกลัวที่ถูกกดข่มมานานโถมซัดเข้ามาโดยพร้อมเพรียง
ฉีกกระชากสติสัมปชัญญะที่เคยมีอยู่ของเฉาพีอย่างสิ้นเชิง