เลี่ยงรอด กรงเล็บ จากโจโฉ (94) – คําถามที่จำเป็นต้องร่วมตรวจสอบด้วยกันก็คือ ตกลงสุมาอี้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง หรือว่าแสร้งป่วยเพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในร่มเงาของโจโฉกันแน่
หากเริ่มจากเอกสารว่าด้วย “ล้วงคอสุมาอี้”
ที่ระบุว่าเป็นโรคแพ้อากาศมักจะเป็นหวัดอยู่บ่อยๆ และเมื่อเป็นหวัดแต่ละครั้งก็มักจะเป็นนานๆ แบบเรื้อรัง อันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับฐานข้อมูลของ “หลี่จงอู๋”
ยืนยันว่าเป็นโรคไขข้ออักเสบร้ายแรงจนเดินเหินไม่ได้
ฐานข้อมูลประการหลังนี้ย่อมสอดรับกับที่ปรากฏในหนังสือกลยุทธ์กุนซือ ฉบับ“7 ยอดกุนซือในสามก๊ก” สำนวนการเรียบเรียงของ อดุลย์ รัตนมั่นเกษม
นั่นก็คือ เป็นโรคข้อกระดูก ลุกขึ้นเดินเหินไม่ได้
ขณะเดียวกัน เรื่องที่โจโฉทดสอบอาการป่วยเจ็บของสุมาอี้ดังที่หลี่จงอู๋ยืนยันนั้นเมื่อผ่านการเรียบเรียงของเล่าชวนหัวกับของ อดุลย์ รัตนมั่นเกษม ก็มีความแตกต่างบ้างในเรื่องของรายละเอียด
แต่ก็ชวนให้น่าติดตามอย่างเป็นพิเศษ
น่าติดตาม 1 เพราะจะนำไปสู่ความรับรู้ว่าสุมาอี้ตระเตรียมรับมือกับโจโฉอย่างไร น่าติดตาม 1 เพราะจะนำไปสู่ความรับรู้ว่า โจโฉจะบริหารจัดการกับสุมาอี้อย่างไร
สำนวนการเรียบเรียงของ “เล่าชวนหัว” มากด้วยสีสัน
บอกให้รู้ด้วยว่า นอกเหนือจากสติปัญญาและความสามารถแล้ว ยังมีปัจจัยอะไรอื่นอันทำให้โจโฉพุ่งความสนใจไปยังสุมาอี้อย่างเป็นพิเศษถึงเพียงนั้น
ปัจจัยหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ
สุมาอี้เป็นบุตรของซือหม่าฝางซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการนครหลวงลั่วหยาง ในสมัยที่โจโฉเข้ารับราชการครั้งแรก โดยเป็นผู้บังคับกองทหารนครบาลเหนือ
หมายความโจโฉเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาซือหม่าฝาง บิดาของซือหม่าอี้
และซือหม่าฝางผู้นี้เองที่เคยปกป้องคุ้มครองโจโฉให้พ้นภัยจากการระรานของขันทีจูเชอะ ดังนั้น โจโฉกับตระกูลซือหม่าจึงมีบุญคุณผูกพันกันอยู่อย่างลึกซึ้ง
กระนั้น คนมากด้วยเหลี่ยมเล่ห์อย่างโจโฉย่อมมากด้วยความหวาดระแวง
เมื่อโจโฉได้เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินและระดมผู้คนจากทุกสารทิศมารับราชการอยู่ในสังกัด สุมาอี้กลับปลีกตัวออกต่างหาก อ้างว่าป่วยต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
โจโฉจึงไม่เชื่อว่าสุมาอี้จะป่วยจริง
โดยส่งคนมาสอดแนม แต่สุมาอี้ก็แกล้งทำเป็นป่วยได้อย่างแนบเนียน สมจริงจนสามารถตบตาแม้กระทั่งคนมากเหลี่ยมระดับโจโฉได้
ตรงนี้เองที่โจโฉมองสุมาอี้ด้วยความหวาดระแวงมาตลอด
ความหวาดระแวงของโจโฉมิใช่ว่าอยู่ๆ ก็เกิดขึ้น เพราะว่าชื่อเสียงและความสามารถของสุมาอี้ที่โจโฉรับทราบมานั้นเป็นการรับทราบจากซือหม่าหลางซึ่งเป็น พี่ชาย
เป็นการรับทราบขณะที่โจโฉได้เป็นซือคงหรือหัวหน้ากองโยธาธิการ
ทุกอย่างเป็นไปดังที่ Ma Bo Yong ได้ปูพื้นเอาไว้อย่างรัดกุม นั่นก็คือ เป็นระยะที่โจโฉกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เป็นระยะที่โจโฉกำลังดำเนินการกับอ้วนเสี้ยว
เรื่องราวของ “ความลับแห่งสามก๊ก” อยู่ในห้วงที่ดำเนินศึกกวนตู้
การที่โจโฉให้ความสนใจต่อสติปัญญาและความสามารถของสุมาอี้เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้เพราะในห้วงแห่งการก่อร่างสร้างตัวโจโฉมีความโดดเด่นในเรื่องนี้
นั่นก็คือ มองความสามารถโดยไม่สนใจ “ภูมิหลัง” ที่ผ่านมา
จากจุดนี้เองทำให้โจโฉสามารถดูดดึงไม่เพียงแต่ซุนฮกจากอ้วนเสี้ยว หากแม้กระทั่งกุยแกซึ่งเคยอยู่กับอ้วนเสี้ยวก็หันมาอยู่ในร่มเงาของโจโฉ
จุดเด่นนี้สะท้อนลักษณะของโจโฉที่ดำเนินอย่างพลิกแพลง
แต่ถึงแม้ว่าโจโฉจะพลิกแพลงอย่างไรก็ต้องเพลี่ยงพล้ำให้กับ “หนุ่ม” สุมาอี้ อย่างมิได้คาดหมายเมื่อไม่สามารถส่งเทียบเชิญเข้ามาอยู่ในร่มเงาได้สำเร็จ
สะท้อนให้เห็นว่าบทสรุปของสุมาอี้ต่อโจโฉมีความสลับซับซ้อนมาก ยิ่งกว่า