หลวงพ่ออ่ำ อิสิทินโน วัดเกตุน้อยอัมพวัน ราชบุรี“หลวงพ่ออ่ำ อิสิทินโน” หรือ พระอธิการอ่ำ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดเกตุน้อยอัมพวัน อ.เมือง จ.ราชบุรี

ประวัติความเป็นมา ไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเท่านั้น ซึ่งมีการเล่าสืบทอดต่อกันมาว่า หลวงพ่ออ่ำ ในอดีตก่อนที่ท่านจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เคยเป็นอดีตขุนโจรมาก่อน มีชื่อเรียกกันว่า “เสืออ่ำ”

หลบหนีการจับกุมของทางการ ต่อมาเมื่อได้มาพบกับพระอุปัชฌาย์ปาน โสปาโก เจ้าอาวาสวัดบางคนทีนอก เกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก จึงได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์ และมีความคิดแน่วแน่ว่าจะกลับใจเลิกเป็นโจร ตัดขาดจากอบายมุขทั้งปวง ตั้งใจประพฤติดี อยู่ในศีลธรรม

พระอุปัชฌาย์ปาน จึงเมตตาเป็น พระอุปัชฌาย์จัดการบวชให้เป็นพระภิกษุ โดยได้รับฉายาว่า อิสิทินโน ที่พัทธสีมาวัดบางคนทีนอก จ.สมุทรสงคราม

มีเรื่องเล่าว่าทางการได้ติดตามมายังวัดเกตุน้อยอัมพวันเพื่อจับ ซึ่งขณะนั้นกำลังช่วยงานพระอุปัชฌาย์อยู่หลวงพ่อปานจึงได้ขอเอาไว้ว่า “บัดนี้เสืออ่ำไม่มีแล้ว มีแต่พระอ่ำ” และรับรองกับทางการว่าจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในฐานะพระอุปัชฌาย์

หลังอุปสมบทจำพรรษาอยู่ที่วัดบางคนทีนอก และเป็นกำลังสำคัญช่วยงานพระอุปัชฌาย์ปาน สร้างศาสนสถานเสนาสนะต่างๆ รวมทั้งสร้างอุโบสถ วัดเกตุน้อยอัมพวัน

วัดเกตุน้อยอัมพวัน เป็นวัดราษฎร์ สังกัดธรรม ยุติกนิกาย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 9 ต.คุ้งกระถิน อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ.2435 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.2503

ตามประวัติที่บันทึกไว้นั้น กล่าวถึง คุณตาเกตุ คุณยายน้อย เป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้น้อมนำถวายที่ดินของตนแด่พระอุปัชฌาย์ปาน อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคนทีนอก (ปากคลอง) เพื่อสร้างวัด โดยพระอุปัชฌาย์ปาน เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระเกจิชื่อดังมากมาย อาทิ พระพุทธวิริยากร (จิตร) วัดสัตตนารถปริวัตร จ.ราชบุรี เจ้าของเหรียญ พระอริยสงฆ์เหรียญแรกของประเทศไทย เป็นต้น

เมื่อหลวงพ่อปานได้รับถวายที่ดินแล้ว จึงได้ร่วมกันกับพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และใกล้เคียง ช่วยกันระดมทุนสร้างอุโบสถ ตลอดถึงเสนาสนะต่างๆ โดยเมื่อสร้างอุโบสถแล้วเสร็จ จึงได้แจ้งเจ้าคณะ ผู้ปกครองสงฆ์ตามลำดับ ขออนุญาตตั้งวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2435 โดยใช้ชื่อวัดว่า วัดเกตุน้อยอัมพวัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ในกุศลศรัทธาของคุณตาเกตุ และคุณยายน้อย ที่ได้ถวายที่ดินอันเป็นที่สวนของตนเพื่อสร้างวัดไว้ในพระพุทธศาสนา แต่ชาวบ้านมักเรียกชื่อวัดสั้นๆ ว่า วัดเกตุน้อย

ภาพในวัดเกตุน้อยอัมพวัน มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง นามว่า หลวงพ่อดำ หรือพระพุทธสัมฤทธิ์พิชิตไพรี ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ เล่ากันว่า พ.ศ.2414 ตรงกับปีมะแม ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวประมงกลุ่มหนึ่งได้ออกลากอวนหาปลา บริเวณปากอ่าว แม่กลอง

ขณะที่จะลากอวนขึ้นมานั้น เกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถลากขึ้นมาได้ เนื่องจากติดวัตถุบางอย่าง ไต้ก๋งจึงใช้ลูกเรือดำน้ำลงไปสำรวจ จึงได้พบว่าเป็นพระพุทธรูป ปรากฏว่ามีเฉพาะองค์พระ ปราศจากพระเกศและฐาน ชาวประมงกลุ่มนั้นหลังจากนำพระพุทธรูปขึ้นมาได้แล้ว จึงนำมาถวายให้กับพระอุปัชฌาย์ปาน โสปาโก วัดบางคนทีนอก ซึ่งช่วงนั้นพระอุปัชฌาย์ปานทำการสร้างวัดเกตุน้อยอัมพวันอยู่ เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านและพุทธศาสนิกชน

จึงนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานในอุโบสถ วัดเกตุน้อยอัมพวัน พร้อมทั้งทำการหล่อพระเกศและฐานเสียใหม่ให้เรียบร้อยสมบูรณ์แบบ

เนื่องด้วยเนื้อของพระพุทธรูปเป็นเนื้อสัมฤทธิ์มีสีดำ ชาวบ้านจึงขนานนามว่า “หลวงพ่อดำ” ตั้งแต่สมัยนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

เมื่อบวชแล้วได้ศึกษาพระปริยัติธรรม ศึกษาวิชาความรู้ต่างๆ จากสำนักของพระอุปัชฌาย์ จนมีความรู้ความสามารถในการบริหารปกครอง เป็นที่พึ่งให้กับพุทธศาสนิกชนได้ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดเกตุน้อยอัมพวัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2435

ท่านพัฒนาเสนาสนะสร้างความเจริญให้กับวัดให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ และยังเป็นที่รักและเคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง

มีบันทึกของวัดบางคนทีนอกว่า พระอุปัชฌาย์ปานมรณภาพเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2447

ส่วนหลวงพ่ออ่ำถึงแก่มรณภาพในปี พ.ศ.2461 รวมเวลาที่ท่านปกครองวัด 26 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน