วิกฤต‘โควิด สไลด์’เรียนรู้ถดถอย – กสศ.เปิดสถานการณ์ COVID Slide พบนักเรียนในสหรัฐต้องอยู่บ้านนาน ส่งผลความรู้วิชาคณิตหายไปถึง 50% การอ่าน ลดลง 30% นักวิชาการหวั่นกระทบพัฒนาการเรียนรู้และสุขภาวะเด็กไทยในระยะยาว แนะรับมือ 3 เดือนสุดท้ายปีการศึกษา 63 ประเมินนักเรียนเป็นรายคน เพื่อเสริมเด็กพัฒนาการเรียนรู้ถดถอย เฝ้าระวังเด็กตกหล่นอุดระหว่างช่วงชั้นปี พร้อมเปิดตัว “Black Box สื่อ การเรียนรู้ด้วยตัวเองในศตวรรษที่ 21” ช่วยเด็กไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต นำร่อง ส่งมอบเด็กประถมปลายยากจนพิเศษใน 5 จังหวัด สีแดงเข้ม ขณะที่ ‘เคอรี่ เอ็กซ์เพรส -MK-เนสท์เล่’ จับมือ กสศ.ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบ
เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดแถลง COVID Slide ผลกระทบการเรียนรู้ของเด็กไทย กับแนวทางการจัดการ “ปิดโรงเรียน แต่ไม่ปิดกั้นการเรียนรู้”
ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวถึง ผลการศึกษาปรากฏการณ์ COVID Slide ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายโรงเรียนต้องปิดลงในหลายประเทศ เรียกว่า “Summer Slide” ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน และจากสถานการณ์ระบาดที่ต่อเนื่องยาวนานจึงเกิดปรากฏการณ์โควิด สไลด์ ที่นักเรียนต้องออกจากโรงเรียนเป็นระยะเวลายาวนานทำให้สภาวะการเรียนรู้ถดถอย
งานวิจัยจากสถาบัน NWEA พบว่า นักเรียนในสหรัฐอเมริกาที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานทำให้ความรู้วิชาคณิตศาสตร์หายไปถึง 50% และความรู้ด้านการอ่านลดลง 30% แม้แต่ในกลุ่มนักเรียนเศรษฐานะดี แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีผลการศึกษาติดตาม ผลกระทบจากโควิดสไลด์ออกมา แต่จาก แนวโน้มที่มีผลการศึกษาในระดับนานาชาติข้างต้นก็พอจะคาดการณ์ได้ถึงผลกระทบ ในทิศทางเดียวกันต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ
1.ปัญหาการหลุดออกจากระบบการศึกษา และ 2.ภาวะถดถอยของพัฒนาการด้านการเรียนรู้และสุขภาวะของเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในระบบการศึกษา โดยเฉพาะกับเด็กยากจนด้อยโอกาส เด็กในพื้นที่ห่างไกล เด็กพิการ เด็กที่ต้องการการศึกษาแบบพิเศษ ซึ่งจะขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเมืองและชนบทจะยิ่งกว้างขึ้นมากกว่า 2 ปีการศึกษา ในระยะยาวอาจส่งผลต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้วงจรความยากจนข้ามชั่วคนยังคงเกิดขึ้นไปสู่คนรุ่นต่อไป
ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งต้องปิดลงตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 1 และ 2 คิดเป็น 40% ของปีการศึกษาที่นักเรียนต้องเรียน จากบ้าน โดยพบว่ามีเด็กยากจนพิเศษในพื้นที่การระบาดสีแดงและสีแดงเข้มใน 28 จังหวัด มีจำนวน 143,507 ราย ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งต้องออกไปทำงานหารายได้ บางแห่งมีข้อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี
สิ่งที่น่ากังวลคือความเสี่ยงเด็กจะมีพัฒนาการเรียนรู้และสุขภาวะถดถอย จึงต้องใช้ 3 เดือนสุดท้ายของปีการศึกษาหาเด็กเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด สไลด์ ให้พบ มาตรการที่ควรตั้งรับคือ เมื่อเปิดการสอนในวันที่ 1 ก.พ. ครูควรตรวจพัฒนาการของร่างกายและการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคลว่าถดถอยลงหรือไม่ ขณะที่การจัดการสอนเสริม หรือ After school programme สำหรับผู้เรียนที่มีพัฒนาการเรียนรู้ถอดถอยก่อนการเลื่อนชั้น ส่วนการเฝ้าระวังรอยต่อการศึกษาในทุกช่วงชั้นตั้งแต่ ป.1 ม.1 ม.4/ปวช. โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเยาวชนยากจนในพื้นที่ไม่มีโรงเรียนรองรับ ซึ่งวิกฤตนี้สามารถพลิกเป็นโอกาสปฏิรูประบบการศึกษา จากเดิมที่เด็กต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปหาการศึกษา เปลี่ยนเป็นการศึกษาไปหาเด็กทุกกลุ่มอย่างเสมอภาคและยั่งยืน
สำหรับนวัตกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงการเรียนรู้ รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหา วิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี กล่าวว่า กสศ.ร่วมกับสำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี พัฒนา Black Box สื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดำเนินต่อไปได้ในช่วงเวลาที่โรงเรียนบางแห่งต้องปิดลงชั่วคราว ชุดการเรียนรู้ในกล่องดำออกแบบเป็นบทเรียน ‘ออฟไลน์’ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก
จุดเด่นของกล่องดำจึงอยู่ที่บทเรียนที่เด็กสามารถเลือกเวลาเรียนเองได้ เลือกเรียนตามความสนใจโดยไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ โดยชุดบทเรียนได้บูรณาการจากหมวดวิชาต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับชีวิต เชื่อมโยงความสนใจจากเรื่องราวรอบตัว ตั้งแต่ตัวเอง ครอบ ครัว ไปจนถึงพื้นที่ชุมชนที่อาศัย ภายใต้ 4 หมวดวิชาที่ครอบคลุมพื้นฐานการเรียนรู้สำคัญ ได้แก่ นวัตกรรมและเทคโนโลยี สังคมและมนุษยชน วิทยาการวิจัย และสัมมาชีพศึกษา
ปิดท้ายที่ ศ.ดร.สมพงศ์ จิตระดับ ที่ปรึกษา กสศ.กล่าวว่า มีนักเรียนที่ได้รับผล กระทบจากโควิด-19 ประมาณ 3,000-5,000 คน ในกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยเฉพาะเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาเยียวยาวิกฤตจะทำให้ระบบการเรียนรู้มีการบูรณาการ ซึ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากพ่อแม่ โรงเรียน ชุมชน ที่จะนำไปสู่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ