บทบาท ผู้ไกล่เกลี่ย ต่อรอง(4) – การสไตรก์ในเดือนพฤศจิกายน 1922 มาจากช่างเรียงและช่างพิมพ์ซึ่งก่อตั้งสหภาพแรงงานของตนขึ้นเอง ตามแนวทางช่างฝีมือคนงานที่มีความสามารถด้านการพิมพ์เป็นแต่ละอย่างไร
ได้แก่ช่างหิน ช่างแท่น ช่างพิมพ์และช่างเรียง
ผ่านจากช่างไม้มาถึงช่างเรียงและช่างพิมพ์เหมาก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีใน ฉางซา 1 ในฐานะ “นักจัดตั้ง” ผู้มีความสามารถ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น 1 ที่เรียกกันว่า “หัวรุนแรง” (Radical)
ที่เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชนิด “ขุดรากถอนโคน”
ทั้งนี้ เพราะเมื่อมีการสไตรก์เกิดขึ้นก็มักจะถูกเรียกตัวมา เนื่องจากหนังสือพิมพ์มักเรียกเหมาว่าผู้เจรจายุติปัญหาความขัดแย้ง หรือ “ผู้ไกล่เกลี่ย”
สถานะเช่นนี้ได้มาจากเหตุปัจจัยอะไรนำพา
เพราะว่าการยืนอยู่ของเหมามิได้เป็นการยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว ตรงกันข้าม มี คนงานอยู่ข้างหลัง เหมาจึงกลายเป็นเหมือนตัวแทนและเป็นพลังฝ่ายคนงานที่สำคัญ
สามารถเจรจาต่อรองให้คนงานได้ตามข้อเรียกร้องของตน
ยิ่งเมื่ออ่านหนังสือ “จากท้องนาเสาซาน สู่เมืองกรุงปักกิ่ง” ของ บุญศักดิ์ แสงระวี ก็จะยิ่งสัมผัสได้และเข้าใจในความมุ่งมั่นเดินหน้า การจัดตั้งมวลชนในพื้นที่มณฑลหูหนานของเหมา
เหมาวางรากฐานการจัดตั้งสหภาพกรรมกรเหมืองแร่และรถไฟในอันหยวนด้วยตนเอง
ต่อมาก็ส่ง หลี่ลิซาน หลิวส้าวฉี ไปดำเนินงานต่อ ทำให้งานด้านสหภาพแรงงานยิ่งพัฒนาเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นกำลังอันแข็งกล้าเป็นพิเศษแห่งหนึ่งในการเคลื่อนไหวกรรมกรของจีน
เดือนกันยายน 1922 เหมาหวนกลับไปอันหยวนอีกครั้ง
วางแผนงานผละงานครั้งใหญ่ของกรรมกรรถไฟและเหมืองแร่อันหยวนซึ่งเป็นการผละงานที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้ใช้แรงงานของจีน
เรียกประชุมสาขาพรรคในห้องเล็กๆ ที่หนิวเจี่ยว
อธิบายสถานการณ์การต่อสู้ การผละงานของกรรมกรในที่ต่างๆ วิเคราะห์สภาพของฝ่ายตรงข้ามในอันหยวน ชี้ว่ากรรมกรจะต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวโดยลำพังไม่ได้
จะต้องช่วงชิงความเห็นอกเห็นใจจากคนส่วนใหญ่ในสังคมมาให้การสนับสนุน
นี่คือความหมายของความพยายามสามัคคีคนส่วนใหญ่ที่เป็นกลาง เท่ากับเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี จัดการภาระด้านหลัก ภาระด้านรองในท่ามกลางการเคลื่อนไหว
นั่นก็ได้แก่การยกเอาข้ออันเป็นมูลฐานอย่างที่สุดในการต่อสู้
กล่าวคือ จะต้องปลุกระดมกรรมกรส่วนใหญ่ขึ้นมาอย่างเต็มที่ ให้มีการจัดตั้ง แบ่งงานและความรับผิดชอบกันอย่างเข้มงวด ป้องกันฝ่ายตรงข้ามแทรกซึมเข้ามา บ่อนทำลายหรือก่อเหตุวุ่นวายขึ้น
มีแต่การยืนหยัดเท่านั้นจึงจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องยอมและได้มาซึ่งชัยชนะ
ในสถานการณ์เช่นนี้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จะต้องยืนอยู่ในแนวหน้าสุดของการต่อสู้โดยไม่หวั่นไหว โลเล ดำเนินการต่อสู้และนำมวลชนต่อสู้อย่างมีเหตุมีผล
หากยึดกุมเช่นนี้ได้มวลชนก็จะต้องเดินตามมาอย่างแน่นอน
เมื่อกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีและอธิบายจนเป็นที่เข้าใจในหมู่ผู้ปฏิบัติงานอันเป็นกองหน้าแล้ว จากนั้นก็มอบหมายงานให้หลี่ลิซานและหลิวส้าวฉีดำเนินงานต่อ
เหมาเดินทางกลับฉางซา
ผลอันตามมาเป็นไปอย่างที่วางแผนเอาไว้อย่างใกล้เคียง นั่นก็คือ กรรมกรจำนวนร่วม 10,000 คนที่อันหยวนเริ่มผลงานตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 1922
ผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือด 3 วัน 3 คืนก็ได้ชัยชนะ
ปรากฏว่า ข้อเสนอ 13 ข้อของกรรมกรทางฝ่ายบริหารยอมรับทั้งหมด ขณะเดียวกัน ทางด้านฉางซา ท่วงท่าอาการของเหมาเป็นอย่างไร ด้านหนึ่ง สนใจการต่อสู้ที่ อันหยวน
ติดตามการผละงาน การเจรจา ต่อรอง
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง นำกรรมกรก่อสร้างในฉางซาลุกขึ้นต่อสู้ด้วยกระบวนการผละงาน ประสบกับความสำเร็จ ได้รับชัยชนะพร้อมกับค่าแรงที่เพิ่มขึ้นตามข้อ เรียกร้อง
ชัยชนะเหล่านี้สร้างเกียรติภูมิให้กับเหมาทั้งในฉางซาและทั่วทั้งมณฑลหูหนาน