ชี้ 7สัญญาณเตือนมะเร็ง – ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ กล่าวว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี ตรงกับวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) สำหรับมะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตแบบที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อนานเข้าก็ก่อเกิดเป็นเนื้อร้ายจนขยายลุกลามไปยังร่างกายส่วนอื่นๆ ผ่านทางต่อมน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด แต่ก็ไม่ใช่เนื้องอกทุกชนิดที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นมะเร็งเสมอไป โรคนี้ถือเป็นเรื่องใกล้ตัว
ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิกล่าวต่อว่า โรคมะเร็งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เราทุกคนสามารถรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถูกต้องได้ผ่านแคมเปญสากลที่ชื่อว่า I AM & I WILL : Together, all our actions matter จากสมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล (UICC) เพื่อแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและลดจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งได้เช่นกัน สาเหตุของการเกิดมะเร็งนั้นก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ความผิดปกติทางพันธุกรรมประมาณ 5-10% และอีก 90-95% เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น รังสียูวีจากแสงแดด เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียบางชนิด รังสีเอกซเรย์ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ รวมถึงเกิดจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การกินอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม อาหารที่ผ่านกระบวนการรมควันหรือการหมักดอง รวมถึงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิกล่าวอีกว่า หลายครั้งที่ร่างกายเจ็บป่วย หรือแสดงอาการแปลกๆ เรามักไปหาข้อมูลอาการของโรคจากในอินเตอร์เน็ต จนทำให้บางครั้งอาจได้ข้อมูลที่ผิดๆ ดังนั้นสมาคม ต่อต้านโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา จึงได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าถ้าร่างกายมี 7 สัญญาณอันตราย เกิดขึ้นต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ ได้แก่ 1.ระบบขับถ่ายเปลี่ยนไป 2.แผลที่รักษาไม่ยอมหาย 3.ร่างกายมีก้อนตุ่ม 4.กลืนกินอาหารลำบาก 5.มีเลือดออกผิดปกติจากทวารต่างๆ 6.มีการเปลี่ยนแปลงของไฝและหูด และ 7.ไอหรือเสียงแหบเรื้อรัง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และรับการรักษาที่ตรงจุดอย่างทันท่วงที
“การป้องกันโรคมะเร็งด้วยหลัก “5 ทำห่างไกลมะเร็ง” ทำได้โดย “5 ทำ” คือ 1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 2.ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด 3.กินผักผลไม้ให้ได้ครึ่งหนึ่งของอาหารที่บริโภคแต่ละมื้อ 4.กินอาหารให้หลากหลาย 5.ตรวจร่างกายเป็นประจำ” ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิกล่าว
ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิกล่าวด้วยว่า ในช่วงเวลานี้ผู้ป่วยมะเร็งควรดูแลเรื่องสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้นสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างการรักษาหรือให้คีโม ควรไปพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน ให้สวมหน้ากากอนามัยและพกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวไว้ตลอดเวลา การใส่หน้ากากอนามัย ถ้าเป็นหน้ากากชนิดผ้าต้องเป็นผ้าที่มีคุณภาพดี สามารถป้องกันละอองฝอยในอากาศได้ และไม่ควรอยู่ในสถานที่แออัดโดยไม่จำเป็น ควรเว้นระยะห่าง (Social Distancing) กับคนรอบข้าง