สาขาพรรค บ้านสระน้ำใส (5) – เหมาทำงานจัดตั้งกรรมกรอยู่ในหูหนานเป็นเวลาต่อเนื่องกัน 2 ปีเศษ นับแต่หลังการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 1921 เป็นต้นมา

สุดท้ายก็สามารถจัดตั้ง “กองบัญชาการ” ของกรรมกรหูหนานขึ้นมาได้

นั่นก็คือ “สหพันธ์กรรมกรทั่วมณฑลหูหนาน” โดยส่งสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เข้าไปประจำทำงานอยู่ในแต่ละสาขาของสหพันธ์ เท่ากับสาขาของสหพันธ์เป็นองค์กรจัดตั้งของพรรค

และเป็น “ศูนย์การนำ” ในการบัญชาการการต่อสู้ของกรรมกรไปด้วยในขณะเดียวกัน

จากนี้ภายใต้การนำของเหมาและองค์กรจัดตั้งพรรคสาขาหูหนาน ขบวนกรรมกร ก็เติบใหญ่และพัฒนา การเรียกร้องขอความเป็นธรรมของกรรมกรจึงเกิดขึ้นอย่างไม่ ขาดสาย

ขุนศึกมณฑลหูหนานเห็นไม่เป็นการจึงออกคำสั่งให้จับเหมา

แม้ว่า จ้าวเหิงทิ ขุนศึกมณฑลหูหนานซึ่งหนีไปอยู่ไต้หวันพร้อมกับเจียงไคเช็กเคยตอบคำถามที่ว่า มีโอกาสเป็นอันมากที่จะสังหารเหมาเหตุใดจึงไม่จัดการเสียตั้งแต่ ตอนนั้น

“ผมไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะเขามีศักยภาพสูงมากก็ได้”

แต่ละย่างก้าวในการเคลื่อนไหวของเหมาจึงดำเนินไปตามที่ เชาวน์ พงษ์พิชิต จดจารเอาไว้ผ่านหนังสือ “วิพากษ์ประธานเหมา คุณูปการและความผิดพลาดของเหมาเจ๋อตง” ครบถ้วนทุกประการ

นั่นก็คือ

เหมาเดินทางกลับไปถึงหูหนานปลายเดือนกรกฎาคม 1921 ก่อตั้งสหพันธ์แรงงาน ที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นเป็นแห่งแรกได้ในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน

จากนั้น ก่อตั้งสาขาพรรคประจำมณฑลหูหนานในวันที่ 10 ตุลาคม

ล่วงเข้ามาถึงเดือนพฤษภาคม 1922 ก็สามารถก่อตั้งคณะกรรมการเขตเซียง (มณฑล หูหนาน) พรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นโดยสมบูรณ์ สำนักงานอยู่เลขที่ 22 ตำบลซิงสุ่ยถัง นอกประตูเมืองเสี่ยวอู่เหมิง

โดยมีเหมาเป็นเลขาธิการ

การปรากฏขึ้นของบ้านเลขที่ 22 ตำบลซิงสุ่ยถัง นอกประตูเมืองเสี่ยวอู่เหมิง นครฉางซาในความเห็นของ เชาวน์ พงษ์พิชิต ดำรงอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย

แต่เมื่อสะท้อนผ่าน จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ กลับมากด้วยสีสัน

นั่นก็เริ่มจากที่บรรยายว่า เดือนตุลาคม 1921 เหมามีบ้านอยู่กับไคฮุ่ยอย่างเป็น หลักแหล่งในเขตที่เรียกกันว่า “สระน้ำใส” และมีเงินมากพอที่จะจ้างคนรับใช้ด้วย

สถานที่แห่งนั้นงดงาม มีสายน้ำไหลลงสู่สระกว้างใหญ่

ซึ่งเปลี่ยนน้ำซึ่งขุ่นไปด้วยโคลนตมให้ใสสะอาด อันเป็นที่มาของชื่อสถานที่นี้ (นั่นคือสระน้ำใส) รูปทรงของบ้านเป็นแบบโบราณ มีขื่อไม้สีดำและกำแพงทำด้วยอิฐหลากสี

มองเห็นสวนผักและเนินเตี้ยๆ หลังบ้าน

ในทางทฤษฎี บ้านหลังนี้คือสำนักงานพรรคสาขาหูหนาน และในฐานะที่เป็นผู้นำพรรคประจำท้องถิ่น หนึ่งในงานหลักของเหมา คือการชักชวนคนให้มาร่วมเป็นสมาชิกพรรค

แต่ดูเหมือนเขาจะไม่กระตือรือร้นในการปฏิบัติหน้าที่นี้เท่าใดนัก

ครั้งแรกที่ได้รับคำสั่งให้สมาชิกสำหรับสมาคมเยาวชนในเดือนพฤศจิกายน 1920 เหมาได้มอบหมายหน้าที่ให้คนอื่นทำแทน และเดินทางไปพักผ่อนกับซือหย่ง ซึ่งเป็นเพื่อนหญิง

โดยอ้างว่า “ไปทำการวิจัยเพื่อศึกษา”

เหมาไม่เหมือนกับจอมเผด็จการผู้สถาปนาลัทธิคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเลนิน ไม่ว่าจะเป็นมุสโสลินี และไม่ว่าจะเป็นฮิตเลอร์ ตรงที่เขาไม่มีศิลปะในการกล่าวคำปราศรัย ที่ฟังจับใจ

และดึงดูดให้ผู้คนคล้อยตามคำพูดหรืออุดมการณ์ของเขาได้

เขาได้แต่ชักชวนคนใกล้ตัวที่สมัครเป็นสมาชิกด้วยความเต็มใจและยินดีทำทุกอย่างตามที่เขาสั่งอยู่แล้ว สมาชิกรายแรกสุดที่ถูกเกณฑ์เข้ามาคือ ยี่หลี่หรง ซึ่งเป็นทั้งผู้จัดการร้านหนังสือและเพื่อนของเขา

ยี่หลี่หรงเล่าว่า หลังกลับจากการประชุมใหญ่ครั้งแรกไม่นาน

เหมาก็เรียกยี่หลี่หรงออกไปนอกร้านแล้วบอกว่า เขาควรสมัครเป็นสมาชิกพรรค ยี่หลี่หรงพึมพำตอบไปว่า ได้ยินมาว่ามีคนล้มตายหลายร้อยคนในการปฏิวัติของรัสเซีย

แต่ในที่สุดยี่หลี่หรงก็บอกด้วยว่า “เหมาขอให้ผมสมัครผมก็เลยสมัคร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน