ทัพบกแถลงยิบ-สวัสดิการกำลังพล – วันที่ 4 ก.พ. ที่บก.ทบ. พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกทบ. แถลงชี้แจงแผนสวัสดิการทั้งหมดของทบ. ว่า ได้ปรับปรุงระบบสวัสดิการกองทัพให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งสวัสดิการภายในและนอกเหนือ ประกอบด้วย 1.พื้นที่ที่เป็นสนามกอล์ฟทั้ง 36 แห่ง จัดทำเป็นพื้นที่สวัสดิการเชิงธุรกิจ 1 แห่ง คือ สวนสนประดิพัทธ์ อีก 2 แห่งคือที่ รามอินทรา กทม. และ ลานนา จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเอกสาร คงเหลือ 33 แห่งเป็นสวัสดิการภายใน 2.สนามมวย 3 แห่ง ได้ปิดถาวรไปแล้ว 2 แห่ง คือ ค่ายอดิศร จ.สระบุรี และค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ส่วนสนามมวยลุมพินี ผบ.ทบ.สั่งการให้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาให้ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งอาจเป็นธุรกิจหรือสนามกีฬาที่ไม่มีการจัดการแข่งขันแล้ว
3.สนามม้า จ.นครราชสีมา ปัจจุบันไม่ได้เปิด เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ ผบ.ทบ.สั่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการใช้พื้นที่ว่าจะให้รื้อเปลี่ยนจากสนามม้ามาใช้ประโยชน์รูปแบบอื่นหรือไม่ อาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือสวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกายได้ 4.สถานที่พักฟื้นพักผ่อน 5 แห่ง เข้าสู่สวัสดิการเชิงธุรกิจ 2 แห่ง คือ ไชยนารายณ์ ริเวอร์ไซด์ จ.เชียงราย และสวนสนประดิพัทธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนลานนา มทบ.33 จ.เชียงใหม่ กำลังดำเนินการ ขณะที่อีก 2 แห่งคือ บางปู จ.สมุทรปราการ และหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ยังคงเป็นสวัสดิการภายใน
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกทบ. กล่าวถึงการพัฒนางานสวัสดิการเพื่อกำลังพลของทบ.ว่า ได้ดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ให้สอดคล้องสภาพการณ์ปัจจุบัน เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ ที่สำคัญสิทธิในการใช้บริการของกำลังพลยังคงไว้และปรับให้ดีกว่าเดิม โดยยึดตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 และระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก พ.ศ.2554 สำหรับงานสวัสดิการในเชิงธุรกิจ รายได้จะถูกนำส่งเป็นค่าเช่าและค่าธรรมเนียมให้แก่กรมธนารักษ์ ตามที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับกรมธนารักษ์เมื่อปี 2563 มีความคืบหน้าในผลการดำเนินการ ได้แก่ สถานพักฟื้นพักผ่อน กองทัพบกสวนสนประดิพัทธ์ และสนามกอล์ฟสวนสน ได้เช่าที่ราชพัสดุกับธนารักษ์เรียบร้อย และมอบภาคเอกชนมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ