หน้าจอเสียสมาธิ – ศาสตราจารย์ทิม สมิธ จากศูนย์พัฒนาการทางสมองและความเข้าใจเบิร์กเบ็ก (ซีบีซีดี) มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ศึกษาพฤติกรรมการสนใจและมีการสมาธิของเด็กๆ ก่อนวัยเรียนจำนวน 40 คน มีทั้งเด็กที่ใช้อุปกรณ์หน้าจอ ครอบคลุมถึงโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์บ่อยครั้ง และเด็กที่ไม่ค่อยใช้หรือไม่เคยใช้แก๊ดเจ็ตหน้าจอ
เริ่มติดตามและเก็บข้อมูลของเด็กๆ ตั้งแต่อายุ 12 เดือน จากนั้นให้เด็กในกลุ่มนี้เข้ามาทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองเมื่ออายุครบ 18 เดือน และ 3 ขวบครึ่ง ด้วยเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหวของสายตา
จากการทดสอบที่เด็กๆ จะต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อดูการตอบสนองของภาพที่ปรากฏบนจอ พบว่าเด็กที่ใช้อุปกรณ์หน้าจอบ่อยครั้งมีการเคลื่อนไหวของดวงตาที่รวดเร็วกว่าเด็กที่ไม่ค่อยใช้หรือไม่ใช้เลย ในแง่หนึ่งคือเด็กมีความไวต่อสิ่งพบเห็น แต่อีกแง่ในทิศทางค่อนข้างเป็นลบคือเด็กจะตอบสนองกับสิ่งรบกวนได้เร็วกว่า มีสมาธิสั้นกว่าและถูกเบี่ยงเบนความสนใจ ได้ง่าย อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการทำกิจกรรมที่ต้องสนใจหรือใช้เวลานานๆ
ผู้ปกครองจึงควรจัดสรรเวลาของลูกๆ ให้เหมาะสม และไม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นอุปกรณ์หน้าจอมากเกินไปจนติด