อ่อนด้อย ขยายงาน กรรมกร(7) – ข้อมูลของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ น่าพิจารณาเพราะระยะเวลาของเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม นั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นในปี 1920 แต่ควรเป็นในปี 1921 ภายหลังการจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนมากกว่า
แต่นี่ก็ถือได้ว่าคลาดเคลื่อน “เล็กน้อย” เป็นปัญหาในทาง “เทคนิค”
ปมสำคัญอยู่ที่การระบุว่ามีคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดตั้งองค์กรแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานและหาสมาชิกได้มากกว่า 3,000 คน
จากจำนวนกรรมกรทั้งสิ้น 7,000 คนในฉางซา
ทั้ง 2 คนถูกจับกุมในเดือนมกราคม 1922 ระหว่างนำการประท้วงครั้งใหญ่ และถูกประหารชีวิตตอนกลางดึกด้วยวิธีลงดาบตามประเพณีโบราณ
เหตุการณ์นี้นำไปสู่การลุกฮือขึ้นก่อการประท้วงอย่างรุนแรงทั่วประเทศ
ต่อมา ภายหลังเมื่อมีผู้ตั้งคำถามกับผู้ว่าการ จ้าวเหิงทิ ที่เป็นผู้สั่งประหารคนทั้ง 2 ว่าเหตุใดจึงไม่คิดกำจัดเหมา คำตอบของเขาก็คือ
เขาไม่เคยเห็นเหมาเป็นคนที่น่ากลัว
ข้อมูลซึ่ง จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ นำมาอ้างอิงนี้สอดประสานกับข้อมูลอัน บุญศักดิ์ แสงระวี ได้มา ความน่าสนใจอยู่ตรงที่เป็นข้อมูลทั้งที่ดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพและดำเนินไปอย่างขัดแย้งกัน
เอกภาพก็คือ มี “สหพันธ์กรรมกรทั่วมณฑลหูหนาน” เกิดขึ้นจริง
ขัดแย้งก็คือ การเกิดขึ้นของสหพันธ์กรรมกรแห่งมณฑลหูหนานเป็นผลงานการจัดตั้งและขยายงานโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน สาขาหูหนาน ซึ่งมีเหมาดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการ
เอกภาพก็คือ มีคำถามต่อจ้าวเหิงทิ ขุนศึกที่กุมอำนาจอยู่ในหูหนานจริง
เป็นคำถามเมื่อจ้าวเหิงทิเดินทางไปอยู่ไต้หวันในชุดเดียวกันกับเจียงไคเช็กในปี 1949 นั่นก็คือ มีโอกาสเป็นอันมากที่จะสังหารเหมาได้ แล้วเหตุใดจึงไม่จัดการเสียแต่ในตอนนั้นคือในปี 1922
“ผมไม่รู้” เป็นคำตอบ “อาจเป็นเพราะเขามีศักยภาพสูงมากก็ได้”
คำตอบของจ้าวเหิงทิ ขุนศึกที่กุมอำนาจในหูหนาน ซึ่งได้รับการอ้างอิงทั้งโดย จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ และ บุญศักดิ์ แสงระวี จึงเท่ากับเป็นการปฏิเสธ
ปฏิเสธข้อสังเกตอันมาจาก จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์
ในที่สุด จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ จึงฟันธงลงไปว่า เป็นเพราะเหมาขาดประสิทธิภาพในการจัดตั้งองค์กรแรงงานและในการจัดหาและขยายจำนวนสมาชิก จากนั้นจึงระบุด้วยความมั่นใจว่า
เหมาจึงถูกตัดออกจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ในเดือนกรกฎาคม 1922
นี่ย่อมเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนระดับเลขาธิการประจำพรรคคอมมิวนิสต์สาขา หูหนาน นี่ย่อมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่สะสมความจัดเจนในการจัดตั้งตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียน
หนังสือ “กองทัพแดง” ของ วิโรจน์ อำไพ
อันรับรู้กันว่าเป็นการแปลจากเอกสารของพรรคและนำมาเรียบเรียงระบุว่า หลักชี้นำการปฏิวัติประชาธิปไตย คัดค้านจักรวรรดินิยม ศักดินานิยมในประเทศจีน
กำหนดเป็นทางการในการประชุมใหญ่ผู้แทนพรรคทั่วประเทศครั้งที่ 2 ในเซี่ยงไฮ้
การประชุมใหญ่ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 1922 นี้มีผู้แทนเข้าร่วมประชุม 12 คน เป็นผู้แทนสมาชิกทั่วประเทศ 195 คน (ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกพรรคจากกรรมกร 21 คน)
คำถามก็คือข้อเท็จจริงของการประชุมครั้งนี้เป็นอย่างไร
ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 1921 ไม่ว่าการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 1922 มีความสำคัญ มีความหมาย
สำคัญในแง่ของพรรค ทรงความหมายในแง่ที่เป็นชาวพรรค
หากยึดกุมตามข้อมูลของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ก็หมายความว่าในจำนวนผู้แทนที่เข้าร่วมประชุม 12 คน หรือผู้แทนจากสมาชิกทั่วประเทศ 195 คน
ไม่มีเหมารวมอยู่ด้วย
ยิ่งหากติดตามจากหนังสือ “ประวัติการพัฒนาแนวทางหลักของพรรคคอมมิวนิสต์” อันเป็นเอกสารที่ตีพิมพ์และเผยแพร่โดยสำนักพิมพ์แสงดาวเมื่อปี 2562
ยิ่งมองเห็นความสำคัญ ยิ่งประจักษ์ในความหมาย