ทดสอบ ‘MG HS PHEV’ – รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรือ PHEV ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ทางเลือกสำหรับนักเลงรถหัวใจสีเขียว ที่อยากจะรักษ์โลกแต่ยังมีความกังวลกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในชีวิตประจำวัน
ค่าย ‘เอ็มจี’ รถยนต์สายเลือดจากแดนผู้ดี เลือกเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ ‘MG HS PHEV’ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้รับการตอบรับ ค่อนข้างดี แต่ด้วยข้อจำกัดบางประการ ทำให้ยังไม่ได้จัดทริปทดสอบให้กับสื่อมวลชนได้สัมผัสกัน
ล่าสุด ‘พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์’ รองกรรมการ ผู้จัดการ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จัดการทดสอบบนเส้นทาง รอบกทม.เพื่อรับรู้การใช้งานจริง
นัดเจอกันย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ แต่เช้า ก่อนออกเดินทาง ทีมงานแนะนำตัวรถ ว่ามีจุดเด่นอะไรบ้าง รวมถึงการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ที่อัดแน่นมาเต็มคัน

รถยนต์คันนี้ทำงานผสานกัน ระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดรวมกันถึง 284 แรงม้า
และที่สำคัญการทดสอบในครั้งนี้ มุ่งเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่ผู้ขับขี่เจ้า MG HS PHEV สามารถเลือกโหมด EV หรือไฟฟ้า 100% ได้หากแบตเตอรี่มีพลังงานไฟฟ้าเพียงพอ
‘เอ็มจี’ เคลมไว้ว่าวิ่งได้ระยะทางถึง 67 ก.ม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ที่ใช้เวลาอยู่ที่ 4-5 ช.ม.
แต่น่าเสียดายว่าทีมงานเอ็มจี ให้ใช้โหมด EV แค่เพียงถึงจุดหมายปลายทางแรก แต่ก็ถือว่าพอสมควร วิ่งฝ่าการจราจรราวกับจลาจลกลางใจเมืองไปได้ 30 ก.ม.
พลังงานไฟฟ้าเหลืออยู่ให้วิ่งโหมด EV อยู่ที่ 39% ระยะทางที่วิ่งได้อีก 26 ก.ม. ถ้าวิ่งกันเต็มๆ จนไฟฟ้าหมด เชื่อว่า 50 ก.ม.ต้องได้เห็น น่าจะเพียงพอกับคนที่ใช้ขับไปทำงาน กลับบ้าน ได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมันเลยแม้แต่ลิตรเดียว

กําลังไฟฟ้าที่เรียกมาใช้งานในช่วงตีนต้น แน่นอนว่าจี๊ดจ๊าดสะใจสไตล์โหมด EV เสียงมอเตอร์ในช่วงที่เคลื่อนตัวช้าๆ แทรกเข้ามาในห้องโดยสารจนรู้สึกได้แต่ก็หายไปเมื่อทำความเร็ว
หลบซ้าย แซงขวาเพื่อนร่วมทางทั้งน้อยใหญ่ ที่วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้อย่างสบายมือ เลาะเรื่อยกันต่อเนื่องไปบนถ.ราชวิถี ข้ามสะพานซังฮี้ เข้าถ.สิรินธร การจราจรยังคงไม่แตกต่าง แต่ด้วยความได้เปรียบจากรูปร่างสูงใหญ่ ช่วยให้ประเมินสถานการณ์ถนนข้างหน้าได้อย่างแม่นยำ
กว่าจะพอได้ทำความเร็วได้บ้าง เข้าสู่ถ.พุทธมณฑล สาย 1 จัดไปเบาะๆ ทะลุ 130 ก.ม.ต่อช.ม. แต่ยังห่างไกลจากที่ทีมงานเอ็มจีแจ้งไว้ว่าทำความเร็วสูงสุดได้ร่วม 200 ก.ม.ต่อช.ม.

อีกระบบที่ทีมงานต้องการให้ได้ทดสอบ คือ ‘TJA’ (TRAFFIC JAM ASSIST) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ รถจะวิ่งรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า เพื่อป้องกันการชน ด้วยการ ดึงก้านคันโยก ใต้แป้นพวงมาลัย 2 ครั้ง
เมื่อคันหน้าช้าลง รถเราก็ช้าลงตาม เมื่อคันหน้าเร็วขึ้น ก็เร็วขึ้นตามจนไปถึงความเร็วที่ตั้งค่าไว้ โดยไม่ต้องวางเท้าที่แป้นคันเร่งหรือเบรกแต่อย่างใด
อารมณ์เหมือนโหมด ‘เซมิ ออโต้ ไพล็อต’ บนเครื่องบินอย่างไร อย่างนั้นเลยทีเดียว
ส่วนหากทำความเร็วสูง ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะมีระบบ ‘ACC’ (ADAPTIVE CRUISE CONTROL) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ที่ทำงานรูปแบบเดียวกัน เพียงแต่เรียกชื่อต่าง กันไป และเปลี่ยนจากดึงก้านคันโยกใต้แป้นพวงมาลัย เพียง 1 ครั้ง

หลังพวงมาลัยมีแป้นแพดเดิล ชิฟต์ แต่กับเจ้า MG HS PHEV แป้นนี้ไม่ได้มีไว้เปลี่ยนเกียร์ แต่มีไว้ให้เข้าโหมดช่วยชาร์จพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ ที่ตั้งค่าได้ 3 ระดับ และแน่นอนว่ามีผลไปถึงตัวรถที่ชะลอความเร็วมากน้อย จากการถอนคันเร่ง
อีกปุ่มที่พวงมาลัย SUPER SPORT MODE ปุ่มสีแดงช่วยเพิ่มการขับขี่ที่เร้าใจขึ้นไปจากโหมดสปอร์ตอีกขั้น ไม่ว่าจะเสียงเครื่องยนต์ เกียร์ลากรอบ พวงมาลัยหนักขึ้น ออกเดินทางต่อทีมงานให้เลือกใช้ AUTO MODE หรือโหมดอัตโนมัติ ที่เลือกได้ 3 แบบ อีโค เน้นความประหยัด ระบบจะเลือกใช้พลังงานให้ได้ประโยชน์สูงสุด นอร์มอล เน้นความนุ่มนวล สะดวกสบายแบบชิลชิล และ สปอร์ต เติมความร้อนแรงการขับขี่ ในรูปแบบสปอร์ต

ดีไซน์ภายนอกไม่ได้ต่างจาก MG HS รุ่นเครื่องยนต์ปกติ แต่มีโลโก้ PHEV ติดไว้หน่อยหนึ่ง
ภายในให้ความรู้สึกกว้างขวาง เบาะนั่งหนังคู่หน้าแบบ SPORT BUCKET SEAT หากเลือกสีภายนอกเป็นสีขาว จะได้ภายในสีทูโทน แต่ถ้าเลือกสีดำ หรือแดง ภายในจะเป็นสีดำล้วน
หลังคา พาโนรามิก ซันรูฟ มองท้องฟ้าเต็มตาทุกที่นั่ง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหน้าจอแสดงข้อมูลที่จำเป็นในการขับขี่ขนาดใหญ่สะใจ 12 นิ้ว แค่เหลือบตานิดๆ ก็เห็นข้อมูลครบถ้วน
มีหน้าจอให้เลือกได้มากมายรวมถึงแสดงข้อมูลการใช้พลังงานระหว่างที่ขับอยู่ เป็นรูปรถทำให้เข้าใจได้ในทันที
หน้าจอเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับทุกการเชื่อมต่อ
และแน่นอนที่พลาดไม่ได้ ‘SMART CONNECT’ สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย

แบตเตอรี่ที่หลายคนเป็นกังวล เอ็มจีเข้าใจในจุดนี้ รับประกันเป็นแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ขณะที่การซ่อมบำรุงหากเกิดขึ้นสามารถถอดซ่อมเป็นโมดูล คือไม่จำเป็นต้องซ่อมทั้งชุด ช่วยลดค่า ใช้จ่ายไปได้อย่างมาก ‘MG HS PHEV’ เป็นตัวเลือกในกลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยราคาค่าตัวค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย 1.395 ล้านบาท กับขนาดที่กำลังพอดี ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ