คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
กลัวน้อยหน้าพม่าเลยท้าทายม็อบไทย – อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนจำนวนไม่น้อย เริ่มคุกรุ่นกันอีกครั้ง เมื่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มชัดเจนว่า คงจะไปไม่รอด หรือไม่ก็จะโดนเตะถ่วงยืดเยื้อไปอีกนาน เมื่อรัฐสภามีมติเห็นชอบ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยปัญหาอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
หัวเรี่ยวหัวแรงคือนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ผู้มีอาชีพหลักคือสมาชิกสภาจากการแต่งตั้ง และอยู่มายาวนานหลายยุคสมัย
บ้างก็เรียกว่า นักลากตั้งอาชีพข้ามทศวรรษ
แม้จะอ้างว่าเพียงเพื่อให้เกิดความถูกต้องสมบูรณ์แบบ จะได้แก้รัฐธรรมนูญกันอย่างสบายใจ
แต่เจตนารมณ์ของคนเหล่านี้ที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คิดอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อให้เขาอยู่ยาว เป็นรัฐธรรมนูญฉบับดีไซน์เพื่อพวกเราพวกเดียว
ย่อมมีองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทุกวิถีทางอย่างแน่นอน!
ยัง เท่านั้นยังไม่พอ
นายไพบูลย์นี่แหละ ยังกำลังพยายามอีกเรื่อง นั่นคือ กรณีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ที่กำลังจ่อจะเข้าสภา
โดยกลุ่มส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กำลังผลักดัน ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก ในประเด็นญัตติมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์
เอากันเข้าไป
เท่ากับจะส่งศาลรัฐธรรมนูญทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แล้วตามด้วยญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก!!
เท่ากับว่า สภาจะไม่สามารถทำหน้าที่ตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนได้เลย ถึง 2 เรื่องใหญ่ๆ
เข้าใจว่า กลุ่มผู้มีอำนาจปัจจุบัน ส.ส.และส.ว.ฝ่ายขวาจัด คงรู้สึกมั่นอกมั่นใจและเหิมเกริมในอำนาจฝ่ายตนเองเหลือเกิน
จนไม่เกรงอกเกรงใจผู้คนในฝ่ายอื่นๆ คนที่คิดต่าง ไม่มีการประนีประนอมยอมถอยหรือเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายอื่นได้บ้าง
สภาก็ทำอะไรไม่ได้
ส่วนม็อบของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนักเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างพักรบ
ก็โดนดำเนินคดีอย่างหนัก เอาเข้าคุกเข้าตะรางกันอีกรอบ
ผสมเข้ากับสถานการณ์ด้านสภา ดูแล้วเหมือนยั่วยุท้าทายกันมากๆ
ทั้งๆ ที่สถานการณ์ในพม่าเพื่อนบ้านเรา บ่งบอกให้รู้ว่าอำนาจเผด็จการนั้น กดหัวคนอื่นๆ มากๆ เข้า ก็จะกลายเป็นการยั่วยุให้ประชาชนต้องลุกฮือออกมา
เห็นม็อบ 3 นิ้วในพม่า แล้วอยากเห็นม็อบ 3 นิ้วในไทยบ้าง หรืออย่างไร!?