พลังหนุน คอมมิวนิสต์ สากล(9) – จะทำความเข้าใจต่อบทบาทและความหมายของการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 2 จะเข้าใจต่อบทบาทและความหมายของเหมา จำเป็นต้องเข้าใจต่อ 2 สถานการณ์ประสานเข้าด้วยกัน
1 คือ เหตุผลที่มติของสมัชชาจะร่วมมือกับพรรคก๊กมินตั๋ง
ขณะเดียวกัน 1 จะต้องทำความเข้าใจต่อเหตุปัจจัยมูลฐานอันผลักดันให้พรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคกุงฉานตั๋งจำเป็นต้องเป็นพันธมิตรในแนวร่วมของกันและกัน
คำตอบสำคัญก็คือ นี่คือคำชี้แนะของโคมินเทิร์น นี่คือคำชี้แนะของสหภาพโซเวียต
เพราะว่านับตั้งแต่สิ้นยุคหยวนซื่อไข่ เมื่อเริ่มยุคซุนยัตเซ็นภายใต้สถานการณ์ต้องสัประยุทธ์ต่อกรกับขุนศึกภาคเหนือ ขุนศึกภาคกลาง และขุนศึกบางส่วนที่ทรงอิทธิพลในภาคใต้
แต่ละขุนศึกล้วนมีอิทธิพลของจักรวรรดินิยมเป็นหลังพิง
สภาพการณ์ทางการเมืองเช่นนี้บีบรัดให้ซุนยัตเซ็นต้องหันไปสร้างสายสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียต ไม่เพียงแต่ส่งเจียงไคเช็กไปศึกษาการสร้างกองทัพและเป็นรากฐานในการจัดตั้งโรงเรียนนายทหาร
หากแต่สหภาพโซเวียตยังส่งคนเข้ามาช่วยปฏิรูปพรรคก๊กมินตั๋งอีกด้วย
หากศึกษาจากหนังสือ”ซุนยัตเซ็น มหาบุรุษผู้พลิกแผ่นดิน”อัน เรืองชัย รักศรีอักษร แปลจากต้นฉบับภาษาจีนของ”หลิวเสี่ยวฮุ่ย”ก็จะสัมผัสได้ในบรรยากาศต้นฤดูหนาวแถบหลิงหนาน
ต้นไม้ใบหญ้ายังคงเขียวขจี ยอดเขาปกคลุมด้วยหมอกบางราวกั้นด้วยหญ้าแพร
ซุนยัตเซ็นตื่นเช้าออกมาเดินเล่น วันนี้มิสเตอร์มาริง ตัวแทนคอมมิวนิสต์สากลจะมาสนทนา นี่เป็นเรื่องที่รอคอยมานาน หลังจากพ่ายแพ้ในสงครามพิทักษ์รัฐธรรมนูญครั้งแรก
ผ่านความผิดหวังและการต่อสู้หลายปี
ซุนยัตเซ็นค่อยตระหนักว่า ขุนศึกไม่ว่าฝ่ายเหนือหรือใต้ล้วนเป็นคนประเภทเดียวกัน ถ้าต้องการบรรลุภารกิจยิ่งใหญ่ในการรวมประเทศจีนจำเป็นต้องแสวงหาเส้นทางสายใหม่แห่งการปฏิวัติจีน
พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เพิ่งตั้งขึ้นได้รวบรวมคนเก่งไว้ไม่น้อย
ข้อเสนอหลายประการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เป็นแรงบันดาลใจ ประสบการณ์แห่งชัยชนะของการปฏิวัติและความสำเร็จในการสร้างชาติของรัสเซียเป็นบทเรียนและแรงกระตุ้นอย่างใหญ่หลวง
การพบและสนทนาระหว่างซุนยัตเซ็นกับมาริงจึงทรงความหมาย
มาริงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “คุณซุน คุณต้องเข้าใจนะขณะนี้คุณกำลังจะปราบเหนือ คุณเองก็เข้าใจดี อาศัยกำลังทหารที่คุณมีอยู่ในเวลานี้ก็แค่ไม่กี่หมื่นคน ยากมากที่จะได้รับชัยชนะ
ผมขอเสนอว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศคือ กรรมกร ชาวนา
ผู้นำกรรมกร ชาวนาคือพรรคการเมืองของพวกเขา พรรคก๊กมินตั๋งที่คุณเป็นผู้นำควรมีการปรับองค์กรใหม่ ควรจัดตั้งพรรคการเมืองที่รวมมวลกรรมกร ชาวนาไว้ด้วย
ทำเช่นนี้จึงจะได้รับชัยชนะในการปฏิวัติ
บัดนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนก่อตั้งขึ้นแล้ว ที่คุณต้องร่วมมือด้วยเป็นอันดับแรกก็คือพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อพวกคุณ 2 พรรคร่วมมือกันจึงจะมีความหวังอย่างแท้จริง”
ท่าทีของซุนเซ็นคือ “ผมต้อนรับการปฏิวัติเดือนตุลาคมของรัสเซีย
และยินดีรับความช่วยเหลือของโซเวียตรัสเซียที่ม่ต่อการปฏิวัติจีนอย่างยิ่ง พรรคของเรายังยินดีร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน นอกจากศัตรูแล้ว
ผมพร้อมที่จะรับบุคคล พรรคการเมืองหรือกลุ่มคนที่ยินดีร่วมมือกับเรา”
จากมุมของ”หลิวเสี่ยวฮุ่ย” มาริงชื่นชมความใจกว้างของซุนยัตเซ็น เสนอความเห็นว่าไม่เพียงต้องมีพรรคการเมืองที่มีกรรมกร ชาวนาเป็นหลักและสามารถร่วมมือกับทุกชนชั้นได้
ยังต้องสร้างแกนหลักของกำลังอาวุธปฏิวัติ
และการจะสร้างกองทัพปฏิวัติ ก่อนอื่นต้องก่อตั้งโรงเรียนนายทหาร ใช้โรงเรียนเพื่อบ่มเพาะกำลังหลักของการปฏิวัติ ซุนยัตเซ็นเห็นด้วยกับข้อเสนอของมาริงอย่างยิ่ง
หลังจากส่งมาริง กับจางไท่เหลย ไปแล้วซุนยัตเซ็นได้กล่าวกับมาดามซ่งซิงหลิงว่า
“มิสเตอร์มาริงเป็นคนเจ้าคารมและมีวาทศิลป์ มาริงเป็นชาวต่างประเทศคนแรกในชีวิตผมที่สามารถพูดเรื่องทฤษฎีให้ผมยอมรับได้ จางไท่เหลยก็เป็นคนเก่ง
ดูแล้วพรรคคอมมิวนิสต์คงก้าวหน้าไม่หยุด”