รามาฯถอดบทเรียนโควิด – ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ได้ส่งผล กระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และยังเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงของระบบสาธารณสุข

ในวิกฤตนี้ สังคมไทยได้เห็นบุคลากรด้านสาธารณสุขอันหลากหลายใช้ความสามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น

โดยเฉพาะ ‘พยาบาล’ ซึ่งเป็นบุคลากร ด่านหน้าที่เผชิญกับปัญหาก่อนใคร งานของพยาบาลเริ่มตั้งแต่ตรวจซักประวัติเพื่อคัดกรองผู้ป่วย ควบคุมโรค ติดเชื้อ จัดสรรเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันที่มีจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ไปจนถึงหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยที่ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด 24 ชั่วโมง พยาบาลจึงเป็นงานสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขและค้ำจุนสุขภาวะของเพื่อนร่วมสังคม

นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด และโรคอุบัติใหม่อื่นๆ แล้วยังมีความท้าทายด้านสุขภาพอีกมาก เช่น ประเทศไทยกำลังจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aging Society) ในปี 2565 โรคทางจิตเวชที่ ปรับเปลี่ยนตามสภาพสังคม การเคลื่อนย้ายถิ่นของแรงงานในภูมิภาค แม้กระทั่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นปัญหาที่ทวีความเข้มข้น ซึ่งทั้งระบบสาธารณสุข ของประเทศไทยและพยาบาลยุคใหม่ต้อง เตรียมพร้อมรับมือ

รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านการพยาบาล เราได้เล็งเห็นความสำคัญของการปรับหลักสูตรให้ทันสมัย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘พยาบาลแห่งอนาคต’ เรามุ่งผลิตพยาบาลที่เชี่ยวชาญในวิชาชีพของตนเอง มีความรู้ข้ามศาสตร์ รู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าใจความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีจึงได้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ให้นักศึกษามีความพร้อมใน 3 มิติ

มิติแรก คือ การมีความรู้ความสามารถเชิงวิชาชีพ มีความรู้ข้ามศาสตร์ เพื่อเปิดกว้างที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมทั้งมีแนวคิดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ได้

มิติที่สอง คือ การมีความเข้าใจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสามารถในการแปลผลและรวบรวมข้อมูลทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มิติสุดท้าย คือ ความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ ที่มี ความหลากหลาย เช่น เชื้อชาติ เพศ วัย วัฒนธรรมฯลฯดังนั้น พยาบาลจึงต้องมีทักษะชีวิตที่สามารถปรับตัว ยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ แตกต่าง

ในหลักสูตรใหม่นี้ เราได้นำสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและการคาดการณ์ปัญหาสุขภาพในอนาคตมาบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน รวมทั้งยังสอนให้นักศึกษามีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยตนเองผ่านการใช้เทคโนโลยี เพื่อติดตามความก้าวหน้าและรู้ทันปัญหาสาธารณสุขที่เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา

ในการเรียนการสอน นอกจากนักศึกษาจะได้เรียนรู้และทำงานร่วมกับบุคลากรด้านสาธารณสุขจากสหสาขาวิชาชีพแล้ว นักศึกษายังฝึกการเรียนแบบใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem Based Learning) ทำให้มีทักษะการคิดแก้ปัญหา ซึ่งเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนก็จะมีความยืดหยุ่น แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

อาจารย์ ดร.นันทนิจ แวน กูลิค อาจารย์ประจำสาขาวิชาการพยาบาลพื้นฐาน โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงการเรียนการสอนว่า ความรู้จากการเรียนจะต้องถูกนำมาใช้ในการฝึกปฏิบัติ ทำซ้ำๆ บ่อยๆ ให้คล่อง จึงจะเกิดเป็น ‘ทักษะ’ เราจัดให้มีหุ่นเสมือนจริง สำหรับฝึกเจาะเลือดฉีดยา ทำคลอด ทำ CPR ปั๊มหัวใจ นักศึกษาได้ฝึกตั้งแต่ชั้นปี 2 การฝึกช่วยให้ทำได้แคล่วคล่องและมั่นใจมากขึ้น

เรามีการจำลองเหตุการณ์ เช่น การทำ Disaster Triage เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกการจัดการภาวะฉุกเฉินที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากในสถานการณ์จำลองที่มีความใกล้เคียงกับ เหตุการณ์จริง ได้ฝึกคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน และวางแผนการจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน รีบเร่ง ซึ่งในอนาคตข้างหน้ามีโอกาสที่จะเกิด ภัยพิบัติ มากขึ้น

“เราเชื่อว่าเมื่อพยาบาลมีความสามารถรอบด้านมากขึ้นก็จะสามารถดูแลผู้ป่วยครอบคลุมอย่างเป็นองค์รวมลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มขีดความสามารถให้ระบบสาธารณสุขของประเทศให้รับมือกับวิกฤตการณ์ได้อย่างมีความมั่นคงมากขึ้น” รศ.ดร.พูลสุข กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าศึกษาต่อในระดับหลักสูตรปริญญาตรี โดยเปิดรับสมัครนักศึกษาพยาบาลปีการศึกษา 2564 ทั้งรอบโควตา และแอดมิชชั่น ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://med.mahidol.ac.th/nursing

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน