คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ไม่เข็ดหลาบหรือ? – ศาลอาญา ไม่อนุญาตให้ประกันตัว นายอานนท์ นำภา ทนายความ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม ศิลปินหมอลำ และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทั้ง 4 คนถูกอัยการสั่งฟ้องและนำตัวขึ้นศาลอย่างรวบรัด แม้ว่าจะร้อง ขอความเป็นธรรมให้สอบพยานเพิ่ม แต่อัยการไม่อนุญาตตามคำร้อง
แม้ในขั้นตอนการยื่นขอประกันตัวชั้นศาล ก็มีการยื่นคำร้องค้าน ระบุเกรงว่าถ้าปล่อยตัวชั่วคราวจะไปกระทำ ความผิดซ้ำอีก
เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ประกาศอย่างแข็งกร้าวว่าจะใช้กฎหมายฉบับ ทุกตัวบท ทุกมาตรา ดำเนินการกับ ผู้ชุมนุมทางการเมือง
ทำให้มีผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้วเกือบ 40 คน บางคนถูกแจ้งข้อหาในความผิดเดียวกันเกือบ 10 หมาย ในหลายท้องที่ทั่วประเทศ
ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมือง
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลตั้งใจใช้กฎหมายมาตรานี้อย่างไม่เป็นธรรม และเป็นไปอย่างสุจริตใจ
หวังเพื่อปิดปาก และสกัดกั้นไม่ให้เคลื่อนไหว
ขณะเดียวกันการชุมนุมต่างๆ ก็มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างเข้มข้นเช่นกัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าบอกว่าจะตัดประเด็นนี้ออกไป
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ก็ออกมาใช้คำพูดกับม็อบว่า ยังไม่เข็ดหลาบกันอีกหรือ
ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าจับกุมผู้เห็นต่างต่อไป
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศ จึงมีความกังวลและเป็นห่วงว่าบุคคลที่ถูกแจ้งข้อหา ดังกล่าวจะมีชะตากรรมเดียวกับ 4 คนแรกหรือไม่
ก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชา ชาติ ร่วมกันออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วย ต่อกรณีที่ทางการไทยใช้กฎหมาย มาตรา 112 อย่าง เข้มข้นในการดำเนินคดีกับเยาวชนและประชาชนชาวไทย
ขณะเดียวกัน ก็มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ซึ่งแสดงความรู้สึกวิตกอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีในความผิดฐานนี้จำนวนมากขึ้น และศาลตัดสินลงโทษจำคุกหนักขึ้นด้วย
รัฐบาลจึงควรรับฟังไว้บ้าง!!