กระแส กรรมกร ลุกขึ้นต่อสู้(10) – จากนี้จึงชัดว่า แผนปฏิรูปพรรคก๊กมินตั๋งโดยความเห็นชอบของซุนยัตเซ็นเกิดขึ้นและดำเนินไปพร้อมกับการผลักรุนให้มีการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดือนกรกฎาคม 1921
อย่าได้แปลกใจ หากในสมัชชา 2 จะมีเรื่องความร่วมมือกับพรรคก๊กมินตั๋ง
ทวีป วรดิลก มีความเห็นว่า มติเอกฉันท์ที่เป็นความร่วมมือกับพรรคก๊กมินตั๋งนี้มีผลมาจากสถาน การณ์ในขณะนั้นด้วย เนื่องจากมีการสไตรค์ใหญ่ของลูกเรือที่ฮ่องกงในเดือนพฤษภาคม 1922
การสไตรค์ยุติลงโดยคนงานเป็นฝ่ายมีชัยยังผลให้พรรคก๊กมินตั๋งมีเกียรติภูมิสูงเด่นขึ้นมา
เป็นเกียรติภูมิสูงเด่นในฐานะพรรคการเมืองปฏิวัติ เพราะสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋งเป็นผู้จัดการสไตรค์ ในส่วนของพรรคคอมิวนิสต์จีนแม้การสไตรค์จะประสบผลสำเร็จ
แต่สมาชิกพรรคของตนก็มีจำนวนน้อยมาก
ตัวแทนของพรรคของ 12 คนเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคทั้งหมดเพียง 195 คน แม้ว่าจะเป็น 4 เท่าของสมาชิกพรรคในปี 1921 แต่ก็ยังถือไม่ได้เลยว่าพรรคมีคนงานสนับสนุนเป็นจำนวนท่วมท้น
และตามความเป็นจริง สมาชิกที่เป็นคนงานก็มีราว 30 คนเท่านั้น
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาจากหนังสือ”กองทัพแดง” ของ วิโรจน์ อำไพ ในตอนว่าด้วย”กระแสสูงของขบวนการเคลื่อนไหวกรรมกร” ก็จะมองเห็นภาพได้แจ่มชัดมากยิ่งขึ้น
จาก”รายงาน”อันปรากฏในที่ประชุมใหญ่ของแรงงานทั่วประเทศครั้งที่ 1
เริ่มตั้งแต่การนัดหยุดงานของกะลาสีเรือฮ่องกงในเดือนมกราคม 1922 เป็นจุดแรกซึ่งนำไปสู่การนัดหยุดงานของกรรมกรรถไฟสายปักกิ่ง-ฮั่นโข่วในเดือนกุมภาพันธ์ 1923
อันถือเป็นจุดสิ้นสุด
สถานการณ์เหล่านี้ได้พัดกระพือฮือโหมกระแสสูงของขบวนการเคลื่อนไหวกรรมกรจีนเป็นครั้งแรก การหยุดงานของกรรมกรรถไฟและเหมืองแร่อันหยวน มณฑลเจียงซี
คือการนัดหยุดงานของกรรมกรในภาคใต้ที่สำคัญครั้งหนึ่ง
ขบวนการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีกรรมกรจำนวน 17,000 คนเข้าร่วม เหมาเคยมาสำรวจอันหยวน หลังจากนั้นหลี่ส้าวฉีก็มาสานงานต่อ
งานบุกเบิกและจัดตั้งที่เหมืองอันหยวนจึงถือเป็นผลงานเด่นของเหมา
จึงลงความเห็นร่วมกันว่า ณ สถานที่นี้ วันระลึกแรงงานสากล 1 พฤษภาคม 1922 จึงเป็นวันประกาศก่อตั้ง สโมสร(สมาคมกรรมกร)ของกรรมกรรถไฟ-เหมืองแร่อันหยวน
ต้นเดือนพฤศจิกายน เหมามาอันหยวนเพื่อวางแผนหยุดงาน
บทสรุปอันปรากฏผ่านหนังสือ”กองทัพแดง”ยืนยันว่า ผ่านการต่อสู้ช่วงระยะนี้พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เชื่อมความสัมพันธ์กับกรรมกรอย่างแนบแน่นอีกก้าวหนึ่ง
พรรคได้เสริมสร้างความเข้มแข็งจากการต่อสู้นี้
เดือนมิถุนายน 1922 แผนการรับสมาชิกพรรคซึ่งเป็นกรรมกรของกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีจำนวนมากขึ้นเนื่องจากการขยายตัวแห่งการต่อสู้ของกรรมกร
ปรากฏบุคคลที่ดีเลิศ อาทิ ซูจ้าวเจิง สื่อเหวินปิน เซี่ยอิง เติ้งเผยหวาง เฮ่ยปอ เป็นต้น
พวกเขาได้ทยอยกันสมัครเข้าร่วมในขบวนการของพรรคอย่างต่อเนื่อง องค์การจัดตั้งระดับพื้นฐาน ของพรรค การรถไฟ-เหมืองแร่อันหยวนได้ก่อตั้งสาขาพรรคในเดือนกุมภาพันธ์ 1922
จนเดือนพฤษภาคม 1924 ได้มีสมาชิกพรรคกว่า 60 คน
หากนำเอาข้อมูลจากหนังสือ”กองทัพแดง” ของ วิโรจน์ อำไพ ประสานเข้ากับข้อมูลจากหนังสือ”เหมาเจ๋อตง ฮ่องเต้นักปฏิวัติ” ของ ทวีป วรดิลก ก็จะสัมผัสได้
1 พัฒนาการเติบใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ขณะเดียวกัน 1 ความมุ่งมั่นของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จะเร่งขยายงานลงไปสู่กรรมกรอันถือว่าเป็นกำลังหลัก กำลังอันเป็นพื้นฐานของพรรค
การต่อสู้ในระยะนี้ได้ให้บทเรียนที่สำคัญหลายประการ
1 ศัตรูของการปฏิวัติจีนมีความแข็งแกร่งมาก เพียงแต่อาศัยกำลังของชนชั้นกรรมาชีพอย่างเดียวหากเพียงพอไม่ จำเป็นต้องพยายามชักนำ จูงใจผู้ซึ่งพอจะเป็นพันธมิตรได้
1 พรรคซึ่งเยาว์วัยจึงต้องก้าวเข้าสู่ระยะการปฏิวัติใหญ่ของความร่วมมือก๊กมินตั๋ง-คอมมิวนิสต์