เหมา ไอ้พวก หัวรุนแรง (11) – มีความจำเป็นต้องขยายข้อมูลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ เนื่องจากการชุมนุมของกรรมกรอันหยวนถือได้ว่าเป็นผลงานในความรับผิดชอบของพรรคคอมมิวนิสต์สาขาหูหนานอันมีเหมาเป็นเลขาธิการโดยตรง
ขอให้พิจารณาจากหนังสือ “วิพากษ์ประธานเหมา” ของ เชาวน์ พงษ์พิชิต
เวลานั้นสาขาพรรคมณฑลหูหนานมีสมาชิกพรรค 123 คน แต่สหภาพแรงงานกรรมกรอันหยวนพร้อมด้วยสหภาพแรงงานกรรมกรรถไฟและสโมสรกรรมกรรถไฟ
ถูกจ้าวเหิงทิ ผู้ว่าการมณฑลสั่งปิดไปแล้ว
ยังผลให้กรรมกรรถไฟก่อหวอดผละงานครั้งใหญ่ และติดตามมาด้วยการนัดชุมนุมผละงานครั้งใหญ่ของกรรมกรเหมืองถ่านหินอันหยวน
หลิวส้าวฉีมาถึงอันหยวนในวันที่ 21 กันยายน 1922
ก่อนการผละงานจะปะทุขึ้น 3 วัน ขณะเดียวกัน ทางด้านเหมาและผู้นำกรรมกรได้โฆษณาปลุกระดม และยกร่างข้อเสนอ 17 ข้อไว้เรียบร้อยแล้ว
รอเพียงการชูขึ้นเมื่อมีการผละงานเท่านั้น
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าปฏิบัติการที่เหมืองถ่านหินอันหยวนเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่างเหมากับหลิวส้าวฉี โดยมีเหมาเป็นผู้นำ
เป้าหมายมิได้มีแต่เพียงเหมืองถ่านหินอันหยวนเท่านั้น
ตรงกันข้าม แผนของเหมา คือ การปลุกระดมจากเหมืองถ่านหินอันหยวน ต่อเนื่องและส่งผลสะเทือนถึงขั้นที่ให้กรรมกรทั่วทั้งมณฑลหูหนานก่อการนัด ผละงานทั่วไปโดยพร้อมเพรียง
เป็นการสนับสนุนการนัดผละงานของกรรมกรอันหยวนและกรรมกรรถไฟ
พอถึงเดือนพฤศจิกายน 1922 สหพันธ์แรงงานทั่วทั้งมณฑลก็มีสหภาพแรงงานกว่า 20 แห่งผนึกกำลังอย่างเป็นกลุ่มก้อนก็ได้บังเกิดขึ้นโดยมีเหมาเป็นผู้อำนวยการทั่วไป
การนัดผละงานที่อันหยวนสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 18 กันยายน 1922
หลังจากนั้นเหมาได้เดินทางไปยังอันหยวนอีกครั้งหนึ่งเมื่อต้นปี 1923 การไป ครั้งนี้เหมาได้เตือนกรรมกรว่าจะต้องตระเตรียมการต่อสู้อันยืดเยื้อและยาวนาน
นั่นเห็นได้จากการนัดผละงานของกรรมกรรถไฟสายปักกิ่ง-หวู่ฮั่น
ปฏิบัติการทางการเมืองครั้งนี้ปะทุขึ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1923 และถูกอู๋เพ่ยฟู ขุนศึกผู้กุมอำนาจดำเนินการปราบปรามอย่างเหี้ยมโหด
เหมาได้เดินทางไปยังที่ว่าการมณฑลด้วยตนเอง
เป็นการเดินทางไปในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการทั่วไปของสหพันธ์แรงงานเมื่อวันที่ 11 และ 12 กุมภาพันธ์ โดยได้พบจ้าวเหิงทิ ผู้ว่าการมณฑล เตือนว่าอย่าคืนคำที่เคยรับปากว่าจะคุ้มครองกรรมกร
เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งห้ามการจัดตั้งสหภาพแรงงาน
การพบระหว่างเหมากับจ้าวเหิงทิดำเนินไปอย่างมีลักษณะประวัติศาสตร์ จากการค้นคว้าของ เชาวน์ พงษ์พิชิต พบว่า มีการเล่าลือกันว่าหลังจากนั้นจ้าวเหิงทิบอกคนใกล้ชิดว่า
“นายเหมาคนนี้หัวดีนัก มีพิษสง ถ้าหากหูหนานมีเพิ่มอีกคนละก็ข้ายืนไม่ติดเป็นแน่แท้”
จากนั้น จ้าวเหิงทิ ในฐานะผู้ว่าการมณฑลก็ออกหมายจับกุมเหมาโดยระบุว่าเป็น “ไอ้พวกหัวรุนแรง” ในเดือนเมษายน 1923
แต่ก็คว้าน้ำเหลว
หลังจากไปพบจ้าวเหิงทิ ณ ที่ว่าการมณฑลในฉางซา หลังจากที่จ้าวเหิงทิออกหมายจับกุมผู้นำการเคลื่อนไหวโดยมีชื่อของเหมารวมอยู่ด้วย
อาศัยปัจจัยอะไรเหมาจึงได้รอดพ้นการจับกุม
เชาวน์ พงษ์พิชิต ระบุว่า ในเบื้องต้นเหมาได้ไปหลบซ่อนอยู่กับชาวนาตามชนบท จากนั้นอีก 2 สัปดาห์เหมาก็ได้ไปปรากฏตัวที่เซี่ยงไฮ้
กระบวนการหลบหนีของเหมาน่าสนใจ
แม้ว่าในห้วงหลังสมัชชาพรรคครั้งที่ 1 และแม้กระทั่งหลังสมัชชาพรรคครั้งที่ 2 เป้าหมายหลักของพรรคคือการขยายงานการจัดตั้งในหมู่กรรมกรผู้ใช้แรงงานในเมือง
แต่เหมาก็ยังวางเส้นสายเอาไว้ในชนบทซึ่งมีชาวนาเป็นกำลังหลัก