ผ่าเล่ห์แก๊งครูขอนแก่น แจกเงินแลกบัตรปชช. แอบสวมสิทธิ์คนละครึ่ง

18 ก.พ. 2564 - 03:18 น.

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ผ่าเล่ห์แก๊งครูขอนแก่น – กระแสความคึกคักจากโครงการคนละครึ่ง นับว่าเป็นวิธีการอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่น่าจะตรงจุดมากที่สุด แม้จะไม่ได้รับกันทุกคน แต่ในภาพรวมนับว่าได้ผลเป็นที่พอใจ

แต่ชาวบ้านโนนค้อ หมู่ 2 ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น จำนวนมากกลับต้องพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย เพราะตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพที่มาในคราบของคุณครูผู้น่าไว้วางใจ

ย้อนไปเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่กองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (กก.3 บก.สส.ภ.4) จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เดินทางเข้าสอบปากคำ ว่าที่ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์ ชาวต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ26/2564 ลงวันที่ 5 ก.พ. 2564

ในข้อหา “เอาไปเสียหรือไว้ซึ่งบัตรหรือใบรับรอง หรือใบแทนใบรับรองของผู้อื่น เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมสภ.บ้านฝาง, ภ.จว.ขอนแก่น และบก.สส.ภ.4 จับกุมตัวได้ภายในเขต จ.ขอนแก่น

ต้นสายปลายเหตุเกิดจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านจากบ้าน โนนค้อ หมู่ 2 ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น รวมตัวกันร้องเรียนว่าถูกหลอกเอาชื่อไปสวมสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน มีชาวบ้านถูกถ่ายสำเนาเอาบัตรประชาชนไปลงชื่อแล้ว 160 คน คาดว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมากในหลายหมู่บ้าน ซึ่งบางส่วนยังไม่กล้าแสดงตัวเพราะกลัวความผิด

นางสุภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี กล่าวว่า เมื่อเดือนต.ค. ปีที่ผ่านมา ญาติมาชวนให้ไปรับเงินคนละ 200 บาทกับครูฝน โดยแต่ละคนที่รับเงินนั้น ครูจะขอถ่ายสำเนาบัตรประชาชนเอาไว้โดยบอกว่า เป็นเงินที่รัฐบาลให้มาแจก ต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนไปให้หัวหน้าโครงการ เมื่อรับเงินแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งช่วงที่รัฐบาลให้ประชาชนลงทะเบียนคนละครึ่ง จึงลงทะเบียนโดยใช้เลขบัตรประชาชน แต่ลงทะเบียนไม่ได้ โดยแอพพลิเคชั่นแจ้งว่า มีการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ไปแล้ว จึงไปตรวจสอบที่ธนาคารกรุงไทย พบข้อมูลการใช้แอพฯ เป๋าตังในโครงการคนละครึ่ง และโครงการเราเที่ยวด้วยกันไปเรียบร้อยแล้ว

“เมื่อไปตรวจสอบกับธนาคารกรุงไทย ทราบว่า มีคนใช้บัตรประชาชนของเรา แต่หมายเลขโทรศัพท์หรือซิมโทรศัพท์ไม่ใช่ของเรา เข้าไปใช้สิทธิ์ทั้ง 2 โครงการ เมื่อรู้ว่าถูกหลอกจึงรีบติดต่อกับครูคนนั้น ซึ่งครูบอกว่าแค่เอาเงินมาให้ชาวบ้านตามคำสั่งของเพื่อนครูที่โรงเรียนในอ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จากนั้นครูก็ติดต่อกับเพื่อนให้มาเจรจากับชาวบ้าน จากนั้นเราไปแจ้งความที่สภ.บ้านฝาง รวมถึงได้พบกับเพื่อนครู ซึ่งทราบว่า ได้ให้ครูฝนเอาเงินมาแจกชาวบ้านรายละ 400 บาท ไม่ใช่ 200 บาท และแจกเฉพาะคนที่มีสิทธิ์ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน ไม่คิดว่าจะเอาเงินมาแจกมั่วเช่นนี้”


ขณะที่พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ สั่งการให้มีการดำเนินการรับแจ้งความ รวบรวมหลักฐานจากประชาชนในพื้นที่ เพราะเกี่ยวโยงกับโครงการของรัฐบาล ต้องมีการตรวจสอบ สอบสวนให้รอบคอบชัดเจนที่สุด

สําหรับการดำเนินคดีในครั้งนี้ ตร.มีหลักฐานภาพวิดีโอขณะที่ ครูฝน และครูภูผาภูมิ มาเจรจากับชาวบ้าน ซึ่งครูภูผาภูมิจะให้เงินชดเชยกับชาวบ้านที่ถูกนำชื่อไปผูกกับเบอร์โทรศัพท์รายละ 1,000-2,000 บาท แต่ชาวบ้านไม่ยินยอม และยืนยันจะให้ตำรวจจับกุมตัวครูทั้ง 2 คนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จนกระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา 5 ก.พ. ครูฝนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.บ้านฝาง เพื่อให้ปากคำ โดยให้ปากคำนานกว่า 10 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานในโทรศัพท์มือถือซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับครูภูผาภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหากับครูฝนในข้อหา “ร่วมกัน ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

ต่อมาวันที่ 11 ก.พ. ชุดสืบสวน สภ.หนองเรือ ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดขอนแก่น ชุดสืบสวนภาค 4 และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันเข้าจับกุมครูอ้อ อายุ 39 ปี ครูนิด อายุ 28 ปี และครูพี้ อายุ 44 ปี ทั้งหมดมีบ้านอยู่ ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ผู้ร่วมขบวนการอีก 3 ราย

หลังมีหลักฐานว่ารวบรวมสำเนาบัตรประชาชนส่งให้กับว่าที่ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลักในคดี เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ยอมรับสารภาพ ขณะที่ผู้เสียหายในพื้นที่นั้นยังคงมีมาแจ้งความดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องจากเดิมเป็นเกือบ 700 ราย เจ้าหน้าที่จึงเร่งสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

เมื่อคนที่ชาวบ้านไว้วางใจกลับเป็นเสียเอง อย่างนี้แล้วจะหวังพึ่งใครได้

สุพล บุญชื่นชม

จักรพันธ์ นาทันริ

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ผ่าเล่ห์แก๊งครูขอนแก่น แจกเงินแลกบัตรปชช. แอบสวมสิทธิ์คนละครึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง