จูเต๋อ กับ ซุนยัตเซ็น เซี่ยงไฮ้(16) – ในความเห็นของ”หลิวเสี่ยวฮุ่ย” ซุนยัตเซ็นเคยรับฟังแนวคิดในการร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่เมื่อปี 1921 ขณะสนทนากับมาริง ตัวแทนคอมมิวนิสต์สากลที่กุ้ยหลิน
ขณะนั้นซุนยัตเซ็นยังไม่รู้จักพรรคคอมมิวนิสต์นัก จึงไม่สนใจ
บัดนี้เมื่อหลี่ต้าเจาเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมา ความหนักเบาจึงต่างกัน จากตัวของหลี่ต้าเจาที่สะท้อนออก ซุนยัตเซ็นรู้สึกถึงแรงสะเทือนอันยิ่งใหญ่ของชาวพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ถ้าบุคคลดีเด่นนับไม่ถ้วนมารวมศูนย์อยู่ในขบวนของพรรคคอมมิวนิสต์
แค่อาศัยคนเก่งอย่างหลี้ต้าเจา ก็ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ควรค่าแก่การวางใจ ถ้าหากร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์ภารกิจปฏิวัติของตนจะต้องได้รับผลสำเร็จที่รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้น
นั่นเป็นผลจากสมัชชา 2 และการประชุมพิเศษที่หางโจว ปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่สมัชชา 3
การอ่านงานเขียนของ”หลิวเสี่ยวฮุ่ย” ไม่เพียงแต่ให้ภาพของซุนยัตเซ็น หากแต่ยังให้ภาพการยื่นมือไปยังสหภาพโซเวียตและหลายคนในพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ตรงนี้ทำให้ภาพที่กระจัดกระจายของบางคนมีความแจ่มชัดขึ้น
ดังเห็นได้จากการรายงานของ”หลิวเสี่ยวฮุ่ย”ที่ระบุว่า เดือนกันยายน 1921 จูเต๋อกับซุนปิงเหวินเดินทางจากหยุนหนานมาเซี่ยงไฮ้ ทั้ง 2 ได้ข่าวว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนเคลื่อนไหวอยู่ที่เซี่ยงไฮ้
จึงมาที่นี่เพื่อหาพรรคคอมมิวนิสต์จีน
พร้อมทั้งตังใจอย่างเต็มเปี่ยมจะมาเยี่ยมซุนยัตเซ็น เมื่อซุนยัตเซ็นทราบว่าจูเต๋อเคยเป็นผู้บังคับการกองพลน้อยแห่งกองทัพหยุนหนาน และเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียง
จึงเกลี้ยกล่อมให้จูเต๋อกลับไปในกองทัพหยุนหยาน
เป้าหมายของการเกลี้ยกล่อมนี้ก้เพื่อให้จูเต๋อไปทำการปรับทัพ สะสมกำลังและรอให้โอกาสสุกงอมค่อยบรรจบทัพกับกองทัพปราบเหนือสายต่างๆอันเป็นแนวร่วมกับก๊กมินตั๋ง
ร่วมกันโจมตีกว่างโจว สถาปนาอำนาจปกครองกวางตุ้งขึ้นใหม่
ต่อความพยายามนี้จูเต๋อไม่เห็นด้วยพร้อมกับคำกล่าวอย่างตรงไปตรงมาของจู่เต๋อที่ว่า “เรายอมรับข้อเสนอในการปฏิวัติของท่านอย่างยิ่ง แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีที่ท่านทำอยู่ในปัจจุบัน”
ต้องฟังการร่ายยาวของจูเต๋อ
ท่านซุนยัตเซ็นและพรรคก๊กมินตั๋งทำการปฏิวัติมาหลายปี มักจะใช้ขุนศึกรายหนึ่งไปโจมตีขุนศึกอีกรายหนึ่ง
วิธีการเช่นนี้บางครั้งก็ได้ผล แต่สุดท้ายมักจะล้มเหลว
ในแต่ละครั้งฝ่ายปฏิวัติมักจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ ปล่อยให้เหล่าขุนศึกได้รับชัยชนะ เพราะโดยธาตุแท้แล้วไม่อาจไว้ใจพวกขุนศึก
ท่านซุนต้องการเป็นพันธมิตรกับเหล่าขุนศึก
ผลสุดท้ายที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมักเป็นพลังปฏิวัติ ผมเป็นทหารใช้เวลา 11 ปีในการแสวงหาหนทางกอบกู้ชาติ ช่วยเหลือประชาชน แต่มักจะล้มเหลว
ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับกองพลน้อยหรือแม่ทัพ
สุดท้ายก็เป็นเพียงเครื่องมือของพวกขุนศึก สู้รบต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ก็ยังคงเห็นประชาชนใช้ชีวิตอยู่อย่างยากจนข้นแค้น
คำถามก็คือ แล้วความหวังของจูเต๋ออยู่ที่ใด
เมื่อกล่าวถึงความพยายามของตนในฐานะที่เป็นทหารมาเป็นเวลา 11 ปีในกองทัพแห่งหยุนหนาน เมื่อกล่าวถึงความเป็นจริงที่ประชาชนจีนได้รับ
จูเต๋อสรุปอย่างรวบรัดว่า
“เวลานี้การปฏิวัติรัสเซียได้รับชัยชนะ เหตุผลเพราะเขามีความคิดลัทธิคอมมิวนิสต์ นี่เป็นทฤษฎีและวิธีการที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน ตอนนี้เราต้องไปยุโรปไปแสวงหาทฤษฎีและวิธีการของการปฏิวัติ
ที่สำคัญที่สุดก็คือ พลังลัทธิสังคมนิยมที่นั่นเข้มแข็งมาก”
ความเป็นจริงที่จูเต๋อประสบจากการเดินทางไปยุโรปของตนเองก็คือ การได้พบกับโจวเอินไหลที่เยอรมนี การได้สัมผัสกับความตื่นตัวของเยาวชนจีนในยุโรป
แล้วซุนยัตเซ็นรู้สึกอย่างไรต่อแต่ละคำพูดของจูเต๋อ