สมัชชาพรรค ครั้งที่ 3 กับเหมา(18) – จึงต้องทบทวนอีกครั้งว่า ในที่ประชุมผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั่วประเทศ สมัยที่ 2 ที่นครเซี่ยงไฮ้ในปี 1922 ซึ่งเหมาไม่ได้เข้าร่วมได้เคยพิจารณาปัญหาความผูกสัมพันธ์กับก๊กมินตั๋งมาแล้วครั้งหนึ่ง

แต่ผู้แทนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ญัตตินั้นจึงตกไป

ต่อมา ศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนได่ประชุมนัดพิเศษที่หางโจวในเดือนสิงหาคม 1922 มาริงถ่ายทอดความเห็นสากลคอมมิวนิสต์ให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัครเป็นสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋ง

เดือนมกราคม 1923 ซุนยัตเซ็นลงนามความตกลงที่เซี่ยงไฮ้กับสหภาพโซเวียต

ตกลงกันว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนกับพรรคก๊กมินตั๋งจะร่วมมือกัน โดยให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋งแต่ยังคงรักษาสมาชิกภาพพรรคเดิมเอาไว้

พรรคคอมมิวนิสต์จีนประชุมผู้แทนทั่วประเทศสมัยที่ 3 ที่กว่างโจวในฤดูร้อนปี 2523

ครั้งนี้เหมาเข้าร่วมประชุมและได้อภิปรายในประเด็นพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเป็นพันธมิตรกับพรรคก๊กมินตั๋ษงหรือไม่นั้นโดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า

“เราจะต่อสู้โดยลำพังไม่ได้ ต้องมีการรวมตัวกันทำการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่”

ในที่ประชุมผู้แทนทั่วประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 3 นี้ ผู้แทนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเหมาที่ให้เป็นแนวร่วมกับพรรคก๊กมินตั๋งโดยรักษาความเป็นอิสระของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

แนว”ขวาจัด”ของเฉินตุ๊ซิ่วและแนว”ซ้ายตกขอบ”ของจางกว๋อเถาถูกวิจารณ์ทั้งคู่

เชาวน์ พงษ์พิชิต สรุปว่า ความคิดแนวร่วมของเหมาเริ่มเสนอในงานเขียนตั้งแต่ปี 1922 โดยเน้นว่าต้องรักษาความเป็นอิสระในการปฏิบัติ

และอำนาจการนำชนชั้นกรรมกรและชาวนาซึ่งจะมอบให้พรรคก๊กมินตั๋งไม่ได้

ความคิดนี้เกิดขึ้นทั้งๆที่ขณะนั้นพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีสมาชิกพรรคทั้งหมดเพียง 432 คน ข้อมูลนี้ใกล้เคียงอย่างยิ่งกับที่ ทวีป วรดิลก นำมาประมวลและระบุว่าปัจจัยการร่วมของ 2 พรรคนี้

นอกจากการกดดันจากโคมินเทิร์นตั้งแต่เมื่อแรกก่อตั้งพรรคแล้ว

สาเหตุหนึ่งมาจากการที่สหภาพแรงงานคนงานรถไฟถูกปราบปรามอย่างโหดร้ายโดยขุนศึกภาคเหนือ และขยายออกไปอย่างกว้างขวางในขอบเขตทั่วประเทศ

และที่มณฑลหูหนานก็ไม่แตกต่างไปจากมณฑลอื่น

ในฤดูร้อนปี 1923 เหมาจึงได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋งโดยสมบูรณ์ แม้ว่าพรรคจะได้เป็นพันธมิตรกับพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ความเติบโต ขยายตัวของพรรคก็ยังดำเนินไปอย่างล่าช้าและยากลำบาก

สิ้นเดือนมิถุนายน 1923 จำนวนสมาชิกทั้งพรรคเพิ่มขึ้นเพียง 420 คน

ในจำนวนนี้จำแนกเป็นสมาชิกผู้หญิง 37 คน เป็นคนงาน 164 คน และยังมี 10 คนที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ในคุก สะท้อนให้เห็นว่าการขยายตัวของพรรคไม่ได้ราบรื่นแม้ว่าสภาพการณ์ทางการเมืองจะอำนวย

ปัจจัยเหล่านี้ผลักรุนให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนจำเป็นต้องทำตามคำชี้แนะจากโคมินเทิร์น

กระนั้น กล่าวสำหรับเหมา สถานการณ์จากปี 1922-1923 ก็ประสบกับอุปสรรคและปัญหาทั้งในทางส่วนตัวและจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ยิ่งเมื่ออ่านจาก จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ก็ยิ่งจะสัมผัสได้ในอีกมุมหนึ่ง

ต้องยอมรับว่า จากการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 3 นอกจากเหมาจะเข้าปฏิบัติการในการทำแนวร่วมกับพรรคก๊กมินตั๋งอย่างแข็งขันแล้ว เหมายังได้รับเลือกให้เป็นกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย

จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ให้ภาพออกมาอย่างไ

ตามสำนวนแปล อายุรี ชีวรุโณทัย พรรคชาตินิยมเป็นพรรคที่ก่อตั้งในปี 1912 จากการรวมตัวกันของกลุ่มต่างๆฝ่ายสาธารณรัฐ โดยมีผู้นำชื่อซุนยัตเซ็น ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเป็นเวลาสั้นๆ

ก่อนจะสูญเสียอำนาจไปให้กับผู้บัญชาการทหารบกชื่อหยวนซื่อไข่

แต่นั้นมาซุนก็พยายามจัดตั้งกองกำลังของตนและพยายามโค่นล้มรัฐบาลปักกิ่ง วัตถุประสงค์นี้คือเหตุผลทำให้หันไปสร้างความสัมพันธ์อันดีกับมอสโคว์ เป้าหมายของรัสเซียอยู่ที่การทำลายรัฐบาลปักกิ่ง

เพราะไม่ยินยอมให้รัสเซียครอบครองแผ่นดินมองโกเลียนอก

และพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ยังเล็กเกินกว่าจะโค่นรัฐบาลปักกิ่งได้ ซุนมีฐานอยู่ที่กว่างโจวเขาขอให้รัสเซียช่วยสร้างกองกำลังในเดือนกันยายน 1922 โดยบอกผู้แทนรัสเซียว่าต้องการสร้าง

“กองทัพที่พรั่งพร้อมด้วยกำลังอาวุธและเสบียงเครื่องใช้ที่จัดส่งมาจากรัสเซีย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน