คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
ไม่แปลกที่ ภท.แปลกที่‘ณัฏฐพล’ – การเมืองมาถึงจุดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาลรุนแรงเกินคาด
สะเทือนทั้งภายใน-ภายนอก
ภายนอกวัดจากตัวเลขสวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการอภิปราย
คะแนนเต็ม 10 ฝ่ายค้านได้ไป 6.9 คะแนน ส่วนรัฐบาลได้แค่ 5.01 คาบเส้นพอดิบพอดี
ที่สำคัญคือส่วนใหญ่ร้อยละ 43.25 ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล
หากเป็นการเมืองในสถานการณ์ปกติ การที่รัฐบาลสอบตกด้านความเชื่อมั่นของประชาชน ถ้าไม่มีการปรับครม.ชนิดผ่าตัดใหญ่ก็คงไปต่อได้ลำบาก
แต่สำหรับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูเหมือนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชน อันเป็นผลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านครั้งนี้เท่าใดนัก
เห็นได้จากการที่พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันยังไม่มีความคิดปรับ ครม. ทั้งยังแสดงความไม่ยี่หระต่อคะแนนโหวตหนุนของรัฐมนตรีแต่ละคน อ้างว่าถึงตัวเลขมากน้อยต่างกัน แต่เมื่อได้เกินครึ่งก็ถือว่าผ่านเหมือนกันหมด
ไม่สนใจว่าจะค้านกับคะแนนความรู้สึกประชาชนหรือไม่
รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ให้ความสำคัญกับการเคลียร์ศึกในระหว่างพรรคแกนนำกับพรรคร่วมมากกว่าจะมาสนใจประเด็นความเชื่อมั่นของประชาชน
สะท้อนจากการที่ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์แหกมติพรรคงดออกเสียงไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาฯ ภูมิใจไทย
ทำเอา ‘หลวงพ่อป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคถึงกับฟิวส์ขาด “โหวตอย่างนี้ รับไม่ได้ อย่างนี้ต้องขับออก”
หลายคนมองว่าไม่แปลกที่พลังประชารัฐต้องพยายามทำทุกอย่าง ไม่ให้ภูมิใจไทยขุ่นเคืองใจกับการกระทำของส.ส.ตัวเล็กตัวน้อยกลุ่มดาวฤกษ์
เพราะหลังเลือกตั้งเมื่อปี 62 หากแกนนำภูมิใจไทยไม่กล้าตระบัดสัตย์จนเสีย ผู้เสียคนในวันนั้น คงไม่มีรัฐบาลพลังประชารัฐ กับนายกฯ ชื่อประยุทธ์ ในวันนี้ กับประชาธิปัตย์ก็ทำนองเดียวกัน
ตรงกันข้ามนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรคแท้ๆ
โดนคนในพรรคเดียวกันกับพรรคเล็ก ร่วมมือกันแทงหลัง จนได้คะแนนไว้วางใจโหล่สุด
กลับไม่มีแกนนำพรรคเดือดร้อนเลยสักคน
ตรงนี้สิแปลก