จังหวะก้าว เข้าร่วม ก๊กมินตั๋ง(20) – ไม่ว่าจะเป็น จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ไม่ว่าจะเป็น เชาวน์ พงษ์พิชิต ไม่ว่าจะเป็น “หลิวเสี่ยวฮุ่ย” ไม่ว่าจะเป็น ทวีป วรดิลก ไม่ว่าจะเป็น บุญศักดิ์ แสงระวี
ล้วนให้การยอมรับต่อการผลักดันจากโคมินเทิร์น จากสหภาพโซเวียต
หนังสือ “กองทัพแดง” อัน วิโรจน์ อำไพ แปลและเรียบเรียงจากเอกสารอย่างเป็นทางการของพรรค คอมมิวนิสต์จีนยังยืนยันว่า การก่อเกิดความร่วมมือก๊กมินตั๋ง-คอมมิวนิสต์
ภายหลังสมัชชาใหญ่ผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 3 เมื่อปี 1923
จังหวะก้าวของความร่วมมือได้คืบหน้าอย่างรวดเร็วมาก องค์การจัดตั้งของพรรคแต่ละระดับได้ดำเนินงานโฆษณาไปอย่างมากมาย ทำการระดมสมาชิกพรรคและเยาวชนปฏิวัติเข้าร่วมในพรรคก๊กมินตั๋ง
พร้อมทั้งผลักดันขบวนการปฏิวัติประชาชาติในขอบเขตทั่วประเทศรุดหน้าไปอย่างขมีขมัน
โดยเรียกขบวนการเคลื่อนไหวนี้ว่า “ขบวนการเคลื่อนไหวปฏิวัติประชาชาติ” ต้นเดือนตุลาคม 1923 พาวโรติน ผู้แทนโซเวียตมากว่างโจวตามคำเชิญของซุนจงซาน
พร้อมด้วยความช่วยเหลือทางทหารและวัตถุสิ่งของจากรัฐบาลโซเวียต
ซุนจงซานเชื้อเชิญพาวโรตินดำรงตำแหน่งครูผู้ฝึกด้านจัดตั้งของพรรคก๊กมินตั๋ง ต่อมาไม่นานในจดหมายของซุนจงซานถึงเจียงไคเช็กได้กล่าวอย่างเฉียบขาดว่า
“ขบวนปฏิวัติของพรรคเราหากไม่รับนับถือรัสเซียเป็นครูจักประสบ ความสำเร็จมิได้”
การปรับปรุงภายในพรรคก๊กมินตั๋งก้าวสู่ขั้นปฏิวัติอย่างรวดเร็ว วันที่ 20-30 มกราคม 1924 การประชุมใหญ่ผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋งทั่วประเทศครั้งที่ 1 ที่กว่างโจว มีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์กว่า 20 คน
อาทิ หลี่ต้าเจา ถานผิงซาน จางกว๋อเถา เหมาเจ๋อตง เข้าร่วม
หลี่ต้าเจาได้เป็นกรรมการในคณะประธานที่ประชุมใหญ่โดยซุนจงซานเป็นผู้กำหนด ถานผิงซางเป็นผู้แทนคณะกรรมการบริหารกลางเฉพาะกาลของพรรคก๊กมินตั๋ง
ทำหน้าที่รายงานภารกิจต่อที่ประชุมใหญ่
นี่คือการเปิดประตูจากซุนยัตเซ็น จากพรรคก๊กมินตั๋ง อ้ารับการเข้ามาของพรรคคอมมิวนิสต์ ของผู้นำคนสำคัญอันเป็นตัวแทนจากฝ่ายของพรรคคอมมิวนิสต์
เท่ากับเป็นการเริ่มบทบาทก้าวแรกของความร่วมมือที่เป็นจริง
ในการประชุมครั้งนี้ ซุนจงซานกล่าวสุนทรพจน์เน้นหนักอย่างเป็นพิเศษว่า “ปัจจุบัน คือการนำเอาหลักนโยบายในการปฏิวัติ ในการต่อต้านจักรวรรดินิยม
ปลุกระดมประชาชนต่อสู้เพื่อเอกราชเสรีของประเทศจีน
หากไม่กระทำเช่นนี้การปฏิวัติก็เป็นสิ่งที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีความหมาย มิอาจได้ชัยชนะอย่างถาวร” หลังจากนั้นไม่นานซุนจงซานยังเสนอคำขวัญ
“ผู้ทำนามีนาของตน”
เมื่อนำเอาคำประกาศของซุนยัตเซ็นในที่ประชุมใหญ่พรรคก๊กมินตั๋งมาประสาน เข้ากับหลักการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะสัมผัสได้ในความสอดคล้องต้องกัน
โดยเฉพาะต่อหลักการพื้นฐานในช่วงการปฏิวัติประชาธิปไตยของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
การร่วมมือกันระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยมีองค์การคอมมิวนิสต์สากลและสหภาพรัสเซียเป็นตัวกลางจึงปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรม
นี่คือช่วงเวลาสำคัญในช่วงแห่งการปฏิวัติของจีน
ไม่ว่าจะมองจากทางด้านของพรรคก๊กมินตั๋ง ไม่ว่าจะมองจากทางด้านของพรรคคอมมิวนิสต์ อาจถือได้ว่าทั้ง 2 พรรคนี้อยู่ในจุดที่สถานการณ์บีบรัดให้จำเป็นต้องร่วมมือกัน
1 เป็นสถานการณ์ทางด้านสากล
เพราะว่าพรรคก๊กมินตั๋งต้องเผชิญกับอิทธิพลของขุนศึกอันตกค้างมาจากยุคราชวงศ์ชิงและยุคของหยวนซื่อไข่ ทำให้ซุนยัตเซ็นมิอาจขยับจากทางใต้ขึ้นเหนือได้
ขณะที่บรรดาขุนศึกล้วนได้รับการหนุนหลังจากจักรวรรดินิยม
ขณะเดียวกัน 1 จักรวรรดินิยมอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐ เมื่อเลือกอยู่ข้างขุนศึก ทำให้ซุนยัตเซ็นและพรรคก๊กมินตั๋งเหลือทางเลือกน้อยจำเป็นต้องโน้มเอียงไปทางสหภาพโซเวียต
สหภาพโซเวียตซึ่งมีบทบาทอย่างสำคัญในการหนุนการจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน