บุ๊กสโตร์ – ผู้สื่อข่าวหรรษา

ไม่เร่งมือไม่ได้แล้ว เข้าสู่โมงยามของการนับถอยหลัง เทศกาลช็อปหนังสือออนไลน์ BOOKRISING AGAINST COVID ที่ “สำนักพิมพ์มติชน” ยกทัพหนังสือมาให้เลือกกันสรรอ่านโดยไม่เสี่ยง โควิด-19 เพราะเราอ่านหนังสืออยู่บ้าน

แต่กำลังจะสิ้นสุดงานแล้วนะ ถึงแค่ 1 มี.ค.เท่านั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การ Pre-Order หนังสือ “ความรักของวัลยา” ที่คืนสู่ผู้อ่านอีกครั้ง โดยสั่งได้ถึงวันนี้ (28 ก.พ.)

ทุกเล่มรออยู่ที่ www.maticonbook.com

…รวมถึง BOOKRISING AGAINST COVID Book Set 5 ชุดหนังสือสุดพิเศษ คัดสรรมาแล้วว่าใช่ พร้อมส่วนลดถึง 38%

1. Democracy Reading Set ชุดหนังสือเปิดโลกประชาธิปไตย-เพื่อนบ้านอาเซียน ประกอบด้วย When We Vote : พลวัตการเลือกตั้งและประชาธิปไตยในอาเซียน, ประชาธิปไตยที่ไม่ตั้งมั่น และ มาคิอาเวลลี การเมืองไทยของเจ้าผู้ปกครอง

2. ชุดหนังสือคณะราษฎร ประกอบด้วยหนังสือประวัติศาสตร์การเมืองเกี่ยวกับคณะราษฎร ได้แก่ ศิลปะ-สถาปัตยกรรมคณะราษฎร ฉบับปรับปรุง, ตามรอยอาทิตย์อุทัย : แผนสร้างชาติไทยสมัยคณะราษฎร, ราษฎรธิปไตย และ สยามมหกรรม

3. ชุดหนังสือวิถีแห่งอำนาจ โดย เสถียร จันทิมาธร ประกอบด้วย วิถีแห่งอำนาจ เอี้ยก่วย, วิถีแห่งอำนาจซูสีไทเฮา, วิถีแห่งอำนาจ จูหยวนจาง และ วิถีแห่งอำนาจ ลกซุน

4. Social Criticism Set ชุดหนังสือวิพากษ์สังคมไทย ประกอบด้วยหนังสือที่จะชวนเบิกเนตรตาสว่างไปกับประเด็นทางสังคมที่ใกล้ตัวจนคาดไม่ถึง ได้แก่ ชาติไทย เมืองไทย แบบเรียน และอนุสาวรีย์ ว่าด้วยวัฒนธรรม, รัฐ และรูปการจิตสำนึก, เขียนชนบทให้เป็นชาติ และ สู่สังคมไทยเสมอหน้า

และ 5. Undiscoery Ayuthaya ชุดประวัติศาสตร์อ่านสนุกที่จะทำให้รู้จักอยุธยามากขึ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่, มนุษย์อยุธยา ประวัติศาสตร์สังคมจากข้าวปลา หยูกยา ตำรา Sex และ วัด-เจดีย์ ในและนอกเกาะกรุงศรีอยุธยา

“ความรักของวัลยา” (2495) เป็นนวนิยายเพื่อชีวิตเล่มที่สองของไทยต่อจาก “จนกว่าเราจะพบกันอีก” ของ ศรีบูรพา ในระยะนั้นแนวคิด “ศิลปะเพื่อชีวิต” กำลังจุดประกายให้นักคิด ศิลปิน และนักเขียนไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 เป็นต้นมา

รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ ระบุไว้ดังนี้ถึง “ความรักของวัลยา” อีกหนึ่งนวนิยายชิ้นสำคัญของ เสนีย์ เสาวพงศ์

หนังสือที่บอกเล่าถึงอุดมการณ์คนหนุ่มสาวผ่านเรื่องราวของ “วัลยา” นักศึกษาสาวผู้รักในศิลปะและมวลชน ฉากหลังเป็นกรุงปารีส มหานครแห่งชีวิต มหานครอันเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติและความเท่าเทียม วัลยาได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนหนุ่มสาวต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างสถานะ ต่างทรรศนะ ในห้วงเวลาที่ชีวิตของผู้คนกำลังเคลื่อนไหวไปผสานกับความหวัง ความฝัน และอุดมการณ์ หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

อาจารย์ตรีศิลป์ชี้จุดเด่นไว้ด้วยว่า “เสนีย์ เสาวพงศ์ใช้กลวิธีประกอบเรื่องแบบรูปต่อ โดยการนำชีวิตหลายชีวิตมาปะติดปะต่อเพื่อให้ทรรศนะที่แตกต่างกันไป…เมื่อนำภาพชีวิตทั้งหมดมาต่อเข้าด้วยกันก็จะได้ภาพของการเปลี่ยนแปลงในลักษณะยกระดับที่ดีขึ้น เนื้อหาของความรักของวัลยาในส่วนต้นจะค่อยๆ เผยชีวิตของผู้คน เช่น เตือนตา-ไพจิตร ยง เรอเน ทีละภาพ บุคคลเหล่านี้ต่อสู้ ได้รับบทเรียน และพัฒนาไปสู่ความคิดเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในส่วนหลังของเรื่อง

จึงอาจสรุปได้ว่าหัวใจของความรักของวัลยาคือการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพที่ดีกว่าของชีวิตหลายชีวิต ซึ่งได้กลายไปเป็นผู้เดินบนเส้นทางเพื่อประชาชน”

BOOKRISING AGAINST COVID เสนออีกหนึ่งไฮไลต์ลดพิเศษ “ตะวันลับแห่งต้าถัง” เรืองชัย รักศรีอักษร ทำหน้าที่สะพานภาษา แปลผลงานของ จ้าวอี้ สู่ผู้อ่าน

สำหรับนักอ่านชาวไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม รวมถึงวรรณกรรมจีน ย่อมต้องคุ้นชินกับความยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองของ “ราชวงศ์ถัง” ชีวิตหรือวีรกรรมของบุคคลสำคัญในราชวงศ์นี้ หลายชื่อหลายนามถูกนำมาดัดแปลงให้ปรากฏอยู่ในสื่อต่างๆ ตลอดมา ซึ่งโดยมากก็เป็นไปในแง่ของการสรรเสริญ ยกย่องคุณงามความดี ในฐานะผู้สร้างความเกรียงไกรให้จักรวรรดิถัง

แต่สาเหตุและความเป็นไปที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์ยิ่งใหญ่นี้ก็น่าสนใจให้ศึกษาพอๆ กับการสร้างความยิ่งใหญ่ “ตะวันลับแห่งต้าถัง” คือหนังสือประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าสภาวะสังคมและเหตุการณ์สำคัญครั้งต่างๆ ในช่วงร้อยกว่าปีปลายราชวงศ์ถัง ช่วงเวลาวิกฤตที่ดวงอาทิตย์ซึ่งเคยแผดแสงถึงคราวเคลื่อนคล้อยใกล้หรี่ดับ

จ้าวอี้พาย้อนเวลากลับไปนับพันปีเพื่อให้เห็นภาพระยะประชิดของราชสำนักถัง ปัญหาขัดแย้งระหว่างเขตปกครองทหาร ราชวงศ์ ขุนนางผู้ใหญ่ กลุ่มขันที และประชาชน ซึ่งทุกฝ่ายล้วนเป็นตัวแปรและเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ประวัติศาสตร์ถูกจารึกไว้ดังที่ผ่านมาโดยไม่อาจแก้ไขได้ และในฐานะกรณีศึกษาว่าด้วยอำนาจและการปกครอง ความพลั้งพลาดและการพลิกแก้สถานการณ์ ยังน่าสนใจให้นำมาขบคิดและประยุกต์ใช้

BOOKRISING AGAINST COVID ไฮไลต์ ยังมี “โลกสามศูนย์ (A World of Three Zeros)” แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วยระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ โดย มูฮัมหมัด ยูนุส ผู้ออกแบบธนาคารเพื่อคนจน

ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และมลภาวะ เป็นโจทย์ท้าทายที่สุดของมนุษยชาติในศตวรรษที่ 21 และอาจจะเป็นศตวรรษสุดท้ายของเราหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที กระนั้น การใช้กำลังเพื่อยุติความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาระบบนิเวศน์ก็ไม่ใช่ทางออก และการรอคอยให้ระบบทุนนิยมเปลี่ยนแปลงตัวเองก็อาจจะช้าไป

มูฮัมหมัด ยูนูส ผู้เขียน “นายธนาคารเพื่อคนจน” และ “สร้างโลกไร้จน” เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ค.ศ.2006 เสนอว่าทางออคือผ่านการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ที่ไม่ได้เน้นการสั่งสมความมั่งคั่งส่วนบุคคล หรือการเติบโตแบบไร้ขีดจำกัด

ธุรกิจเชิงสังคม คือ ธุรกิจที่ไม่เน้นความร่ำรวยล้นพ้นเพื่อสร้างโลกที่ความยากจนเป็นศูนย์ ภาวะว่างงานเป็นศูนย์ และมลภาวะเป็นศูนย์

“พุทธศิลป์ไทยในอาเซียน” หนังสือที่ ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ฉายหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของผู้คนในภูมิภาคที่เกี่ยวร้อยเชื่อมโยงกันผ่านความเชื่อทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และศิลปะ

ความเป็นไปของพุทธศิลป์ในภูมิภาคอาเซียน เผยความสัมพันธ์ของบ้านเมืองและผู้คนในประวัติศาสตร์ ความยิ่งใหญ่และร่วงโรยของอาณาจักรในอดีต ทั้ง พุกาม ล้านนา สุโขทัย อยุธยา เขมรโบราณ ปรากฏเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่คงทนจวบจนปัจจุบัน

“ใครที่เคยไปเยือนพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล (พระราชวังหลวงกัมพูชา) หรือที่คนไทยเรียกว่าพระราชวังเขมรินทร์ คงจะรู้สึกคุ้นเคยและพบได้ว่าพระบรมราชวังแห่งนี้มีรูปแบบและแผนผังคล้ายพระบรมมหาราชวังที่กรุงเทพฯ เช่น ประตูทางเข้าเป็นยอดปราสาท หมู่พระที่นั่ง ปราสาทราชมณเฑียร มีรูปแบบและหน้าที่การใช้งานใกล้เคียงกัน ที่สำคัญคือมีวัดอุโบสถรตนาราม หรือวัดพระแก้วมรกตในพระบรมมหาราชวังเช่นกัน ซึ่งน่าจะได้รูปแบบและแนวคิดในการสร้างไปจากไทย รวมถึงแผนผังวัดที่มีระเบียงคดและภาพเขียนจิตรกรรมเรื่องรามเกียรติ์เหมือนเช่นที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ”

ยังมีอีกตัวอย่างสำคัญคือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริดซึ่งพบที่วัดพระบรมธาตุไชยา ที่ทำให้เห็นถึงอิทธิพลของงานศิลปะหลังคุปตะและปาละของอินเดีย ทั้งสามารถเปรียบเทียบได้กับศิลปะชวาภาคกลาง ซึ่งคงมีความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ที่ปกครองชวาภาคกลางกับศรีวิชัยทางภาคใต้ของประเทศไทย อายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 อาจเป็นความสัมพันธกันทางเครือญาติของกษัตริย์ในราชวงศ์ไศเลนทร์

พบกันใหม่วันอาทิตย์หน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน