ลักษณะเฉพาะ มณฑลหูหนาน(22) – สภาพการณ์เริ่มตั้งแต่เมื่อเหมาต้องเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ซึ่งไปถึงในเดือนกรกฎาคม ข่าวที่มาจากฉางซาน่าวิ ตกอย่างยิ่ง ขุนศึกที่เข้ากุมอำนาจได้ใช้มาตรการปราบปรามอย่างเหี้ยมโหดในอีกระดับหนึ่ง
โรงเรียนถูกสั่งปิดหลายโรงเรียน
รวมถึงสหภาพแรงงานต่างๆที่เหมาได้ช่วยจัดตั้งเมื่อปี 1922 ล้วนถูกกวาดล้าง ฐานะของมณฑลหู หนานจึงกลับตาลปัตรจากที่เคยก้าวไปสู่ความเป็นอิสระซึ่งครั้งหนึ่งชาวหูหนานเคยเรียกร้องกัน
เดือนกันยายน 1923 เหมาเดินทางจากเซี่ยงไฮ้กลับฉางซา
มาถึงฉางซาในวันที่ 16 กันยายน คราวนี้ก็ต้องประสบกับสถานการณ์กองทัพขุนศึก 2 ฝ่าย ตั้งประจันหน้ากันตามลำแม่น้ำเซียง
ครอบครัวของเหมาก็หมิ่นเหม่ต่ออันตรายถ้าหากกองทัพ 2 ฝ่ายสู้รบกัน
สภาพตึงเครียดนี้ส่งผลให้เหมาต้องตัดขาดการติดต่อทางการเมืองที่เคยใช้ผู้รับจ้างถือหนังสือให้ และต้องใช้นามแฝงเวลาจ่าหน้าผู้รับด้วย
นี่เป็นสภาพที่เกิดขึ้นขณะที่เหมาต้องแบกรับภารธุระใหม่เข้ามา
ทางหนึ่ง เหมายังคงปฏิบัติหน้าที่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ว่าในฐานะกรรมการบริหารกลาง ไม่ว่าในฐานะเลขาธิการพรรคประจำสาขามณฑลหูหนาน
ทางหนึ่ง ก็ต้องรับหน้าที่ใหม่ที่จะต้องร่วมกับพรรคก๊กมินตั๋ง
ปมเงื่อนสำคัญอยู่ตรงที่เหมาไม่มีรายได้พอเพียงที่จะปฏิบัติภารธุระอันได้รับมอบหมายใหม่ เหมาต้องแจ้งไปยังผู้ติดต่อกับตนภายในพรรคก๊กมินตั๋งว่า
จำเป็นต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยก็ 100 เหรียญต่อเดือน
เพื่อปฏิบัติงานตามโครงการที่ได้วางไว้ในฉางซา เพราะจำเป็นต้องมีสถานที่ที่ต้องเสียค่าเช่าสำหรับใช้เป็นที่ทำงานด้วย ในท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ต้องอัดอั้นตันใจเช่นนี้
หยางไค่ฮุ่ยก็คลอดลูกคนที่ 2 เป็นชายในเดือนพฤศจิกายน มีชื่อว่าเหมาอ้านซิง
เหมาคงอยู่กับหยางไค่ฮุ่ยตลอดจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 1924 โดยไม่ได้เข้าร่วมการประชุมคณะ กรรมการบริหารกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีชึ้นในเซี่ยงไฮ้
แต่ก็ได้ส่งรายงานระบุถึงสถานการณ์ในหูหนานว่าเป็นไปในทางร้าย
ฐานข้อมูลจาก ทวีป วรดิลก ระบุว่า รายงานนี้ที่ส่งถึงคณะกรรมการบริหารกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนเหมา ตั้งข้อสังเกตว่า องค์การจัดตั้งของชาวนาหลายต่อหลายองค์การทางใต้ของฉางซา
แต่เดิมเคยมีสมาชิกจำนวนถึง 10,000 คน
ซึ่งนำโดยสันนิบาตเยาวชนสังคมนิยมต้องสลายลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายสุดขั้วในการก่อกวนทางเศรษฐกิจ ยังผลให้เกิดสภาวะแปลกแยก
แม้กระทั่งกับชาวนากลางที่มีฐานะดีมีนโยบายสายกลาง ไม่รุนแรง
ขณะเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งเป็นกำลังต่อต้านและปราบปรามของขุนศึก ที่ดำเนินการอย่างเหี้ยมโหดและทารุณ เพื่อหยุดยั้งการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในพื้นที่
ระหว่าง 4 เดือนที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ในฉางซามีสมาชิกเพิ่มเพียง 14 คน
ที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นคือผลจากการสู้รบระหว่างขุนศึกโดยไม่มีหยุดกลายเป็นปัจจัยทำให้โรงงานต่างๆต้องปิด คนงานต้องขาดรายได้ ยิ่งเท่ากับเป็นการสร้างความเดือดร้อนขึ้นทั่วไป
สโมสรคนงานทั้งหลายล้วนต้องปิด หรือไม่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
นี่คือสภาพรูปธรรมอันเกิดขึ้นในมณฑลหูหนาน เป็นสถานการณ์ในทางภววิสัยที่ไม่เพียงบีบรัดต่อการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
หากเรียกร้องต่อเหมาในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบอีกด้วย
เบื้องหน้าสภาพการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ ก็มีคำสั่งใหม่จากโคมินเทิร์นให้เร่งระดมสร้างแนวร่วมกับพรรคก๊กมินตั๋งให้จงได้
ในการประชุมสมัชชาใหญ่สมัยที่ 1 พรรคก๊กมินตั๋งในเดือนมกราคม 1924
ไม่ว่าจะมองในด้านความเป็นจริงที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนประสบอยู่ ไม่ว่าจะมองในด้านความเป็นจริงที่เหมาประสบอยู่ในฐานะเลขาธิการสาขามณฑลหูหนาน
เด่นชัดยิ่งว่าภาระหน้าที่เฉพาะหน้าการร่วมกับพรรคก๊กมินตั๋งมีความสำคัญเป็นอย่างสูง