คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

รัฐบาลคู่แฝด ในสถานการณ์ม็อบ – ในพม่าเราได้เห็นภาพข่าวการออกมาประท้วงรัฐบาลทหารของประชาชนทุกวี่ทุกวัน พร้อมกับการสลายการชุมนุมอย่างดุดันของทางการพม่า ซึ่งพอจะมองออกว่าแนวโน้มมีแต่จะรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างน่าเป็นห่วง ได้แต่หวังว่าจะไม่ถึงขั้นนองเลือด เกิดการสูญเสียอย่างมากมาย

ขณะที่ในไทยเรา ภาพข่าวที่ปรากฏออกไป ในเหตุการณ์ม็อบคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์นั้น

มีการนำไปเทียบเคียงกับสถานการณ์ในพม่า

แน่นอนว่ารวมๆ แล้ว การประท้วงในบ้านเรายังไม่ได้เกิดแบบทุกวัน ยังไม่เข้มข้นขนาดนั้น เพียงแต่ภาพความดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม ก็เริ่มจะใกล้เคียงกัน

คล้ายๆ กับว่าบรรยากาศใน 2 ประเทศนี้ มีความเหมือนกัน

เป็นประเทศคู่แฝดไปแล้ว และรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ก็เหมือนรัฐบาลคู่แฝดไปแล้วเช่นกัน!

ตอนที่กองทัพพม่าก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลพลเรือนที่มีอองซาน ซู จี เป็นผู้นำ

ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดนจับตามองว่าจะมีท่าทีเช่นไรกับเหตุการณ์ล้มประชาธิปไตยในประเทศเพื่อนบ้าน

แต่นายกฯของเราก็ไม่ได้ตอบอะไรที่ชัดเจน อ้างประเด็นความสัมพันธ์ในอาเซียน

เลยทำให้โดนขุดย้อนไป ถึงประเด็นที่เคยเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลนายกฯ หญิงมาแล้วเช่นกัน

ทำนองว่า ขืนไปวิจารณ์ทหารพม่าก็เข้าตัวเองเปล่าๆ

แถมต่อมา ยังมีปัญหาที่พล.อ.ประยุทธ์ไปพบปะกับรัฐมนตรีของรัฐบาลทหารพม่า ให้โดนวิจารณ์ไปอื้ออึงอีก!

ดังนั้นพอเกิดภาพม็อบไทย เต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวาย ยิงกระสุนยางอย่างสนั่นหวั่นไหว

เลยกลายเป็นภาพ ที่นำไปวางเคียงข้างกับเหตุการณ์สลายม็อบอย่างรุนแรงในพม่า

ทั้งที่ของบ้านเราสถานการณ์ยังไม่ถึงขนาดพม่า

แต่เพราะไปใช้มาตรการแข็งกร้าวกับผู้ชุมนุม เลยกลายเป็นคล้ายกัน

ถ้ารัฐบาลไทย ไม่อยากให้กลายเป็นรัฐบาลคู่แฝดกับรัฐบาลทหารพม่า ก็น่าจะวางนโยบายที่นุ่มนวลกับการชุมนุมให้มากกว่านี้

อีกทั้งต้องคิดเรื่องการพูดคุยหาทางออก อะไรที่พอลดอุณหภูมิได้ก็ควรเร่งทำ

ความขัดแย้งทางความคิดทางการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง ต้องถอนฟืนออกจากกองไฟ

ถ้ายังแข็งกร้าวต่อไป สถานการณ์การประท้วงในไทยเราก็มีแนวโน้มยิ่งบานปลายเช่นกัน

เป็นสถานการณ์คู่แฝด ภายใต้นโยบายรัฐบาลคู่แฝด!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน