คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
ตร.ควบคุมม็อบ – การที่รัฐบาล ไม่ยอมคิดแก้ปัญหาการเคลื่อนไหวของเยาวชนนักเรียนนักศึกษา โดยผลักปัญหาไปให้ตำรวจต้องออกมาเผชิญหน้ากับม็อบแทน ปะทะกันไป ตีกันไป แล้วใช้กฎหมายไปจับกุมดำเนินคดีสารพัดข้อกล่าวหา
คงไม่คิดต่อไปอีกว่า ตำรวจนั้นเป็นหน่วยงานที่ต้องทำงานใกล้ชิดประชาชน และต้องอาศัยความร่วมมือกับประชาชน ในงานด้านเป็นหูเป็นตาสอดส่องป้องกันอาชญากรรม
ตำรวจกับประชาชนจำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ที่ดี
แต่ปล่อยให้ตำรวจต้องไปปะทะกับเด็กๆ ที่เป็นปัญญาชน มีความคิดสติปัญญา มีครอบครัวที่ส่วนใหญ่พ่อแม่รู้ดีว่า เด็กเหล่านี้ไม่ใช่พวกเหลวไหลเกเร
จะมีผลสะเทือนตามมา ถึงความสัมพันธ์ความร่วมมือจากประชาชนได้ในอนาคตอันใกล้
ต้องมองผลด้านอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เอาแต่ใช้ตำรวจไปคุมม็อบไปจัดการกับม็อบ แต่ไม่คิดแก้ไขข้อ เรียกร้อง ไม่คิดแก้ด้วยการเมือง!!
ในด้านตำรวจเอง จริงๆ แล้วมีข้อจำกัดอย่างมาก หากต้องรับมือกับสถานการณ์ม็อบแบบยาวนาน
เพราะหน่วยงานด้านปราบจลาจล หรือตำรวจควบคุม ฝูงชนนั้น อันที่จริงมีกำลังปฏิบัติการโดยตรงไม่มากมายนัก
มีเพียงกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชนหรืออคฝ.สังกัดนครบาล เพียงหน่วยเดียว
เมื่อมีเหตุม็อบยืดเยื้อ จะต้องระดมกำลังตำรวจจากโรงพักต่างๆ เข้ามาเสริม ตำรวจเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสายตรวจ ได้รับการฝึกฝนด้านควบคุมฝูงชนมาระดับหนึ่งเท่านั้น
แต่ในภารกิจปกติ คือตำรวจที่ไล่ตามจับโจรผู้ร้าย
นี่แหละคือปัญหาในทางปฏิบัติ เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับม็อบ!
แถมเป็นม็อบปัญญาชน เป็นม็อบเยาวชน มาเรื่องเสรีภาพประชาธิปไตย การจัดการถ้าเผลอพลั้งติดวิธีการจับโจรผู้ร้ายมาด้วย
นั่นจะเป็นภาพที่ดูไม่ดีงาม สร้างความเสียหายต่อภาพของตำรวจเอง
เพราะม็อบนี้ คือ คนคิดต่างกับรัฐบาลในทางการเมือง ไม่สามารถจัดการหรือจับกุมเหมือนผู้กระทำผิดทางอาชญากรรม เป็นโจรผู้ร้าย!
นั่นกลายเป็นละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน
เหตุการณ์ม็อบ 28 กุมภาพันธ์นั้น ที่ปะทะกันอลหม่าน จริงๆ แล้วจำนวนมากเป็นตำรวจสายตรวจจากโรงพักต่างๆ
ไม่ใช่ตำรวจสังกัดหน่วยที่ฝึกฝนมาเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ที่มีภาพโดดเตะอย่างดุดันนั้น เป็นเจ้าหน้าที่สายตรวจจากสน.แห่งหนึ่งนั่นเอง!
จึงต้องเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาม็อบปัญญาชน ต้องแก้ที่รัฐบาล ต้องแก้ด้วยการเมือง
นอกจากไม่แก้ มีแต่โยนให้ตำรวจ ก็ยังไม่จัดกำลังตำรวจที่เป็นหน่วยงานด้านนี้โดยตรงให้เป็นระบบเป็นเรื่องเป็นราวอีกด้วย!?