ต่อยอด สมัชชาพรรค ก๊กมินตั๋ง(25) – จากความเห็นของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ เหมาไม่เคยเชื่อมั่นในโอกาสอันริบหรี่ของตนภายในพรรค และไม่เคยเชื่อว่าลัทธิคอมมิวนิสต์จะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนในวงกว้าง
เขาแสดงความคิดนี้อย่างกระจ่างชัดที่สุดในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 3 เมื่อเดือนมิถุนายน 1923
เหมาบอกว่า ความหวังเพียงประการเดียวที่จะทำให้ประเทศจีนเป็นคอมมิวนิสต์ คือการรุกรานของรัสเซีย กองทหารรัสเซียจากซีกโลกเหนือจำเป็นต้องก่อการปฏิวัติขึ้น ในประเทศจีน
และมันก็เป็นหัวใจสำคัญของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีก 20 ปีให้หลัง
ความกระตือรือร้นที่เหมามีต่อกองกำลังรัสเซีย คือ สิ่งที่ส่งเสริมให้เข้ามาเป็นคนสำคัญของพรรคภายใต้มาริง จากจุดนั้นเขาได้ใช้ความพยายามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เพราะตอนนี้เขามองเห็นความหวังในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่
วิลเก้ หัวหน้าตัวกลางเจรจาของมอสโกซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองกงสุลโซเวียตอยู่ในเซี่ยงไฮ้ควบอีก 1 ตำแหน่งเจาะจงยกย่องเหมากับคนอีกคนหนึ่งที่ร่วมประชุมด้วย ผ่านรายงานที่ส่งกลับไปมอสโกว่า
“(เหมา) เป็นเสนาธิการที่ดีได้แน่นอน”
จากนั้น เหมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์เฉิน หัวหน้าพรรค โดยมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องหนังสือโต้ตอบกับงานเอกสาร และคอยจดรายงานการประชุมของพรรค
จดหมายของพรรคทุกฉบับจะต้องมีลายเซ็นของเขาและเฉินตุ๊ซิ่วคู่กัน
เหมาเซ็นชื่อเป็นภาษาอังกฤษเลียนแบบเฉินตุ๊ซิ่วว่า “ที.ที.เหมา” โดย 1 ในงานแรกที่เฉินทำกับเหมาร่วมกันคือ การเขียนจดหมายไปขอเงินเพิ่มจากมอสโกระบุว่า
“ขณะนี้งานแนวหน้าของเรากำลังขยายมากขึ้น”
จากการตั้งข้อสังเกตเช่นนี้ของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ สอดรับกับข้อมูลอันปรากฏผ่านของ ทวีป วรดิลก และของ บุญศักดิ์ แสงระวี ก่อให้เกิดลักษณะ “ร่วม”อย่างเป็นพิเศษ
นั่นก็คือ ลักษณะ “ร่วม” ในแบบคนละเรื่องเดียวกัน
นั่นก็คือ การเข้ามามีบทบาทของคอมมิวนิสต์สากลและสหภาพโซเวียต ต่อการสร้างพันธมิตรในทางการเมืองระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน
และอีกอย่าง คือ บทบาทของเหมาที่มีมากยิ่งขึ้น
จากฐานข้อมูลของ ทวีป วรดิลก ยืนยันว่า การประชุมพรรคก๊กมินตั๋งในเดือนมกราคม 1924 เหมาต้องแบกภาระหนักหน้า ต้องเข้าอภิปรายปัญหาการเมืองอย่างแข็งขัน ยิ่งกว่าใคร
แสดงความสามารถให้เป็นที่ยอมรับของผู้เข้าประชุมในการสรุปประเด็นของการอภิปราย
ผลตามมาทำให้ได้รับการลงคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ ไม่มีเสียงที่ออกนอกลู่นอกทาง ภายหลังการประชุมจึงได้รับเลือกให้เป็นสำรองกรรมการบริหารพรรค ก๊กมินตั๋ง
แล้วยังได้เข้าประชุมสำนักงานกลางของพรรคก๊กมินตั๋งถึง 4 ครั้งติดต่อกันด้วย
ขณะเดียวกัน เหมายังได้เสนอแนะถึงปัญหาในทางปฏิบัติที่สำคัญๆ ว่าด้วยระเบียบการเงินทุนและการบริหารของพรรคก๊กมินตั๋ง
อันสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความหมายที่พัฒนาการอย่างสูง
หากถามว่างานของเหมาในพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นอย่างไร คำตอบก็คือ ในส่วนตำแหน่งหน้าที่ภายในพรรคคอมมิวนิสต์ งานส่วนใหญ่ของเหมาอยู่ที่การทำให้แนวร่วมเป็นจริงขึ้นมา
ด้วยการนิยามบทบาทที่สมาชิกจะต้องสำแดงในการทำงานร่วมกันตามระเบียบการ
พิจารณาเผินๆ เหมือนกับว่านี่เป็นงานในเชิงธุรการประจำวัน แต่ในความเป็นจริงที่เหมาต้องประสบ งานนี้มีความละเอียดอ่อนและอ่อนไหวที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้
ไม่ว่าจะทางด้านก๊กมินตั๋ง ไม่ว่าจะทางด้านคอมมิวนิสต์
เมื่อถึงเดือนกรกฎาคม 1924 ความเชื่อมั่นของเหมาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ที่ว่าความเป็นพันธมิตรระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับพรรคก๊กมินตั๋งจะไม่ยั่งยืนไปได้นาน
นั่นก็เห็นจากท่าทีของเฉินตุ๊ซิ่วกับเหมาที่แสดงออกร่วมกัน
นี่ย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่เริ่มมีปัญหาระหว่างเหมา กับเฉินตุ๊ซิ่วที่ก่อรูปและพัฒนากลายเป็นปัญหาในทางความคิดและในทางการเมือง
ไม่ว่าในส่วนตัวของเหมา ไม่ว่าในส่วนของพรรค