พม่าชุมนุมสู้ไม่ถอย-ดับเกินครึ่งร้อย – วันที่ 4 มี.ค. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์การประท้วงนองเลือดในประเทศพม่าหรือเมียนมา หลังจากนางคริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ทูตพิเศษองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านกิจการเมียนมา แถลงว่ามีผู้เสียชีวิตในการใช้กำลังสลายการชุมนุมเฉพาะเมื่อวันพุธที่ 3 มี.ค. อย่างน้อย 38 ราย ถือเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่มากที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่มวลชนเริ่มการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 6 ก.พ. และส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 ราย
ด้านสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเมียนมา (เอเอพีพี) ระบุว่ามีอย่างน้อย 60 ราย หลายร้อยคนบาดเจ็บ และเกือบ 1,500 คนถูกจับกุม ในจำนวนนี้รวมถึงสื่อมวลชน 6 คน และราว 1,200 คนยังถูกกองทัพควบคุมตัว แต่ผู้ประท้วงยังรวมตัวชุมนุมหนาแน่นในหลายเมืองใหญ่ โดยเฉพาะนครย่างกุ้ง และเมืองมัณฑะเลย์
ขณะเดียวกันในเมืองมัณฑะเลย์ ผู้ชุมนุมพร้อมใจเดินขบวนแห่โลงศพของน.ส.มา เจ ซิน หรือจัล ซิน หรือแองเจิล วัย 19 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยิงศีรษะ จนเสียชีวิตระหว่างร่วมการประท้วง สร้างความสลดและสะเทือนใจไปทั่วโลก หลังมีการแชร์ภาพช่วงเวลาสุดท้ายของหญิงสาวผ่านทางเฟซบุ๊ก เผยให้เห็น น.ส.มา เจ ซิน สวมเสื้อยืดสีดำมีข้อความภาษาอังกฤษว่า “Everything will be OK” หรือทุกอย่างจะเรียบร้อย นั่งหมอบอยู่หลบการตอบโต้ของเจ้าหน้าที่อยู่บนถนนซึ่งมีผู้ประท้วง อีกหลายคนนั่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
นายเมียต ธู อายุ 23 ปี ผู้ประท้วงที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า น.ส.มา เจ ซิน เป็นหญิงสาว กล้าหาญที่เตะท่อน้ำจนแตกเพื่อให้ผู้ร่วมการประท้วงล้างหน้าล้างตาหลังเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ และยังเป็น คนขว้างกระป๋องแก๊สน้ำตากลับไปยังเจ้าหน้าที่อีกด้วย
ด้านรัฐบาลสหรัฐแถลงว่าหวาดหวั่นกับเหตุความรุนแรงที่รัฐบาลพม่ากระทำต่อผู้ประท้วง พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกยกระดับการตอบสนองต่อทัพพม่า

อีกศพ – ผู้ประท้วงเดินขบวนแห่โลงศพของ น.ส.มา เจ ซิน ก่อนประกอบพิธีทางศาสนา ภายหลังหญิงสาวถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตขณะชุมนุมในเมืองมัณฑะเลย์ (รอยเตอร์)