เงินเฟ้อก.พ.ลดลง1.17%
หด12 เดือนติด-ผลพวงมาตรการรัฐ

พาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือนก.พ.ลดลง 1.17% ลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน แต่ไม่น่ากังวล เพราะได้รับผลดีจากมาตรการรัฐบาล ลดค่าไฟฟ้า-ประปา 2 เดือน แถมสินค้า กลุ่มอาหารสดปรับตัวลดลง สินค้าอื่นๆ ทรงตัวคาดมี.ค.ยังลดอีก ก่อนจะเริ่มขยับขึ้นตั้งแต่เม.ย.เป็นต้นไป

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคา ผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนก.พ.2564 ลดลง 0.91% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2564 และลดลง 1.17% เมื่อเทียบกับเดือนก.พ.2563 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน

นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่มี.ค.2563 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานที่หักสินค้ากลุ่มอาหารสดและพลังงานออก เทียบกับเดือนม.ค.2564 ลดลง 0.08% เทียบกับเดือนก.พ.2563 เพิ่มขึ้น 0.04%

ขณะที่เงินเฟ้อรวม 2 เดือนปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.) ติดลบ 0.75% และเงินเฟ้อพื้นฐานรวม 2 เดือน เพิ่มขึ้น 0.12% ทั้งนี้การหดตัวของเงินเฟ้อในเดือนก.พ.2564 ไม่น่ากังวล เพราะเป็นการลดลงจากมาตรการ ลดค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นระยะเวลา 2 เดือน (ก.พ.-มี.ค.2564)

ทั้งยังได้ผลดีจากสินค้าในกลุ่มอาหารสด เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ผักสด ที่ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนสินค้าและบริการในหมวดอื่นๆ ส่วนใหญ่ทรงตัวและเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการผลิตและความต้องการบริโภค ยกเว้นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ตามการสูงขึ้นของราคาน้ำมันใน ตลาดโลก

“เงินเฟ้อเดือนก.พ.2564 ที่ปรับตัวลดลงถึง 1.17% ถ้าไม่มีปัจจัยอะไรเลย ก็ถือว่าติดลบสูง แต่พอดูลึกเข้าไปพบว่าได้รับผลดีจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ประปา ที่เป็นตัวฉุดเงินเฟ้อลงมามาก และเดือนมี.ค.2564 เงินเฟ้อก็จะยังลดลงอีก เพราะมาตรการลดค่าไฟฟ้า ประปายังมีอยู่ แต่จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย.2564 เป็นต้นไป ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของประชาชน โดยจะค่อยๆ ทยอยขึ้น”

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือนก.พ.2564 ที่ลดลง 1.17% มาจากการลดลงของสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 1.60% โดยหมวดเคหสถานลด 4.98% เช่น ค่าไฟฟ้า ประปา ก๊าซหุงต้ม แต่หมวดพาหนะการขนส่งและการสื่อสาร เพิ่ม 0.98% จากการสูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าโดยสารสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อในปี 2564 สนค.ยังคงประเมินว่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 0.7-1.7% มีค่ากลางอยู่ที่เพิ่ม 1.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 3.5-4.5% ราคาน้ำมันดิบดูไบ 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน