กลับสู่ เสาซาน บ้านเกิด (28) – ยิ่งอ่าน ทวีป วรดิลก ยิ่งเห็นชัดว่า เดือนกุมภาพันธ์ 1925 เหมาเดินทางไปในชนบท ในชั้นแรกตรงไปยังหมู่บ้านเสาซานบ้านเกิดของตนในอำเภอ เซียงถาน
นับจากนี้ไปเป็นเวลาร่วมปีที่เหมาไม่ได้เข้าประชุม
ไม่ว่าจะของพรรคคอมมิวนิสต์ ไม่ว่าจะของพรรคก๊กมินตั๋ง ตำแหน่งในคณะกรรมการสำคัญๆ ของพรรคที่เคยดำรงมาแต่เดิมก็เลยถูกถอดออกทีละตำแหน่งจนหมด
เหมาชี้แจงกับสมาชิกพรรคที่มีอาวุโสกว่าว่า ได้หมดสิ้นพลังวังชาไปแล้วโดย สิ้นเชิง
และก็ไม่มีผู้ใดสงสัยหรือแคลงใจในคำชี้แจงนี้ เนื่องจากเหมาได้ทุ่มเทแรงกาย แรงสมองเพื่องานของพรรคมาโดยตลอด
ถัดมาก็น่าจะได้แก่ชีวิตส่วนตัวที่ต้องการจะอยู่กับครอบครัวทั้งเมียและลูก 2 คน
เหตุผลอีกประการที่เหมาไม่ได้เผยออกมาหากแต่พอจะคาดเอาจากผลงานใน ภายหลังก็คือ เหมา ต้องการทำงานกับชาวนาที่ตัวเองเชื่อว่ารู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ซึ่งได้แก่ชาวนาในบริเวณบ้านเกิดของตน
เป็นความคุ้นเคยทั้งวิถีชีวิต เป็นความคุ้นเคยทั้งภาษาพูดในท้องถิ่น และเป็นความคุ้นเคยและรับรู้ในเรื่องความทุกข์ยากและความหวังของชาวนา
เหตุผลเบื้องหลังที่สำคัญก็คือ เหมาต้องการสร้างฐานที่มั่นโดยวางกำลัง อยู่ที่ “ชาวนา”
ไม่ว่าโคมินเทิร์น ไม่ว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ว่าพรรคก๊กมินตั๋ง ล้วนแล้วแต่แสดงความสนับสนุนการต่อสู้ปลดแอกของชาวนาอย่างแข็งขัน ทั้งกำหนดเอาไว้และทั้งออกแถลงการณ์
แต่ก็ดำเนินไปในลักษณะอันเป็น “นามธรรม”
และก็ยังคงเป็นแค่ “คำพูด” เสียเป็นส่วนใหญ่ มีการกล่าวถึงชาวนานานาประการ แต่ก็ไม่มีพรรคหรือกลุ่มใดที่จะสามารถทำความเข้าใจถึงชีวิตชาวนาในชนบทที่แท้จริง
ในดินแดนอื่นๆ ของจีนโดยเฉพาะทางด้านตะวันออกเฉียงใต้
ก็ได้มีนักปฏิวัติที่พยายามบุกเบิกงานด้านชาวนาโดยเฉพาะ ทั้งในการจัดตั้งขึ้นเป็นสมาคมบ้าง สหกรณ์บ้างเพื่อให้ชาวนาได้ปลดเปลื้องแอกซึ่งได้แก่ค่าเช่านาและหนี้สิน
ที่ปรากฏเป็นรูปธรรมมีทั้งในไห่เฟิงและลู่เฟิง มณฑลกว่างตง
ดังที่หนังสือ “กองทัพแดง” ได้กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของชาวนาว่า เพิงพ่ายได้ขยายขบวนการเคลื่อนไหวชาวนาในอำเภอไห่เฟิง มณฑลกว่างตง ในปี 1922 ได้ก่อตั้งสมาคมลับชาวนามีจำนวน 6 คน
ผ่านงานมาอย่างยากลำบากจนสามารถขยายสมาชิกถึงกว่า 500 คน
เดือนตุลาคมก็ได้ก่อตั้งสมาคมชาวนาร่วมสาบานอำเภอฉื้อซาน (28 หมู่บ้าน) เดือนตุลาคมก็ได้ก่อตั้งสมาคมชาวนาร่วมสาบานอำเภอผิงถังอิ๋นเจิ้น 10 กว่าสมาคม
มีครอบครัวร่วมสาบาน 20,000 ครอบครัว ประมาณ 10,000 คนเข้าร่วม
แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ เมื่อสมาคมชาวนามีอานุภาพเติบใหญ่ เข้มแข็ง ทางการอำเภอก็ส่งกำลังทหารปราบปรามแล้วจับกุม
ส่งผลให้ขบวนการเคลื่อนไหวชาวนาตกอยู่ในห้วงตกต่ำ
แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวชาวนาในมณฑลหูหนานในเดือนพฤศจิกายน 1923 ขบวนการเคลื่อนไหวชาวนาตำบลไป๋กว๋อถูกขุนศึกจ้าวเหิงทิปราบปราม
ชาวนาถูกฆ่า 67 คน ได้รับบาดเจ็บ 1 พันคน ถูกจับ 70 กว่าคน
การต่อสู้ปลุกระดมและจัดตั้งชาวนาของเพิงพ่ายซึ่งเป็นสมาชิกชั้นนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนคนหนึ่งได้เป็นแบบอย่างที่เหมาให้ความสนใจและศึกษามาเป็นบทเรียน
เพิงพ่ายเป็นลูกชายเจ้าที่ดินใหญ่ในมณฑลกว่างตง
เขาได้เอาที่ดินของพ่อมาจัดสรรให้ชาวนาจน และเป็นผู้จัดตั้งสมาคมชาวนากระทั่งเติบใหญ่กลายเป็นสหภาพชาวนาขึ้นในพื้นที่อันเป็นบ้านเกิด
ทั้งเพิงพ่ายและเหมาล้วนเคลื่อนไหวกับชาวนามาอย่างขันแข็ง
เพียงแต่หากกล่าวในการเริ่มต้นเพิงพ่ายอาจเริ่มต้นก่อน แต่กล่าวสำหรับเหมาเขามั่นใจว่ารู้จักและมักคุ้นเป็นอย่างดีกับชาวนาทั้งในอำเภอเซียงถานและอื่นๆ ในหูหนาน
จังหวะก้าวการทำนากับชาวนาของเหมาเป็นจุดตัดอย่างสำคัญในทางความคิด