พม่าล้อมจับม็อบหยุดงานชุมนุม – เมื่อวันที่ 10 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า เผด็จการทหารพม่าทำสัญญาว่าจ้างบริษัทเอกชนจากต่างชาติเป็นเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 60 ล้านบาท เพื่อทำหน้าที่ล็อบบี้และเป็นตัวแทนชี้แจงสถานการณ์ในเมียนมาที่อ้างว่าเป็นข้อเท็จจริง
กรณีนี้เกิดขึ้นหลังกองทัพก่อเหตุยึดอำนาจส่งผลให้ชาวพม่าทั่วประเทศลุกขึ้นประท้วง ต่อต้าน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 60 รายจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ และถูกจับกุมเกือบ 2,000 คน โดยสถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงในหลายพื้นที่ของเมืองใหญ่ เช่น นครย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ และกรุงเนปยีดอว์
เอกสารดังกล่าวมีที่มาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาเผยให้เห็นว่า เผด็จการทหารพม่าทำสัญญาว่าจ้างนายอารี เบ็น-เมนาชี นักล็อบบี้สัญชาติอิสราเอล-แคนาดา ในนามของบริษัทดิกเคนส์ แอนด์ แมดสัน เมื่อ 4 มี.ค. โดยจะทำหน้าที่ล็อบบี้ทางการสหรัฐ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี อิสราเอล รัสเซีย และชาติอื่นๆ รวมถึงสหภาพแอฟริกา หรือเอยู และสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ตลอดจนองค์กรข้ามชาติ ในฐานะผู้แทนสาธารณรัฐเมียนมา ให้ยุติมาตรการลงโทษ และชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ด้านสถานการณ์การประท้วงเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ยังคงตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 300 นาย นำกำลังเข้าสลายการชุมนุมและจับกุมบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐของการรถไฟประมาณ 800 คน ที่ก่อเหตุหยุดงานประท้วงที่สถานีรถไฟมาลวากอนในนครย่างกุ้ง ส่งผลให้ผู้ประท้วงพากันหลบหนีอย่างอลหม่าน ท่ามกลางการสลายการชุมนุมดุเดือดทั่วประเทศ มีการใช้กระสุนแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง รวมทั้งกระสุนจริง นอกจากนี้ ยังเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่บริเวณเขตซานฉวง กลางนครย่างกุ้ง หลังเกิดความตึงเครียดที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมชุมชนเพื่อบุกค้นตามบ้าน

มิคสัญญี – ผู้ประท้วงต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพพม่าพากันวิ่งหลบจากแนวปะทะของเจ้าหน้าที่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ขณะที่ผู้ประท้วงคนหนึ่งระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ทุบตี ขณะมีเอกสารระบุชัดว่าที่กองทัพจ้างเอกชนต่างชาติล็อบบี้ชาวโลก เมื่อ 10 มี.ค. (รอยเตอร์)