วิกฤตโควิด-19 ส่งผลสุขภาพจิตเด็ก – นับตั้งแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาด มีเด็กและเยาวชนทั่วโลกราว 332 ล้านคน หรืออย่างน้อย 1 ใน 7 คน ต้องอยู่แต่ในบ้านมาแล้วอย่างน้อย 9 เดือนตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นเสี่ยงต่อปัญหาด้านสุขภาพจิตและสุขภาวะโดยรวม

ผลวิเคราะห์ล่าสุดของยูนิเซฟซึ่งใช้ข้อมูลจาก Oxford COVID-19 Government Response Tracker ระบุว่านับตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2563 ซึ่งประกาศให้โควิด-19 เป็นการระบาดใหญ่ มีเด็กจำนวน 139 ล้านคนทั่วโลกที่ต้องอยู่แต่ในบ้านเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 9 เดือน เนื่องจากคำสั่งให้ประชาชนทั่วประเทศอยู่แต่ในบ้านซึ่งประกาศใช้ในหลายประเทศ ขณะที่เด็กอีกจำนวน 193 ล้านคนมักใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านเช่นกันหลังจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีมาตรการแนะนำให้ประชาชนทั่วประเทศอยู่ในบ้าน

นางเฮนเรียตตา โฟร์ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า “ด้วยมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศและข้อกำหนดต่างๆ ที่จำกัดการเดินทาง ทำให้ปีที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน สำหรับเราทุกคน โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ วันแล้ววันเล่าพวก เขาไม่ได้พบเพื่อนและอยู่ห่างไกลคนที่รัก หรือบางคนอาจต้อง อยู่ร่วมกับสมาชิกในบ้านที่ใช้ความรุนแรง ทั้งหมดนี้ส่งผล กระทบมหาศาลต่อเด็กๆ เด็กจำนวนมากต้องอยู่ในบ้านด้วย ความกลัว โดดเดี่ยว กระวนกระวาย และวิตกกังวลต่ออนาคต ดังนั้นเราต้องผ่านวิกฤตนี้พร้อมการจัดการปัญหาสุขภาพจิต เด็กและวัยรุ่นที่ดีกว่าเดิม เริ่มจากการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อย่างจริงจัง”

ในประเทศไทย ผลสำรวจของยูนิเซฟและภาคีซึ่งจัดทำในเดือนเม.ย. 2563 พบว่าเด็กและเยาวชนกว่า 7 ใน 10 คน เผยว่าวิกฤต โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ พวกเขามีความเครียด เป็นห่วงและวิตกกังวล เรื่องที่กังวลมากที่สุดคือปัญหาการเงินของครอบครัว

การแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้าสู่ปีที่สองและกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสุขภาวะโดยรวมของเด็กและเยาวชนในภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียน ผลโพลยูรีพอร์ตของยูนิเซฟซึ่งสำรวจเยาวชนกว่า 8,000 คน พบว่าเยาวชนกว่า 1 ใน 4 เคยมีภาวะวิตกกังวล ขณะที่ร้อยละ 15 เคยเผชิญภาวะซึมเศร้า

ในแง่การรับมือ ยูนิเซฟสนับสนุนรัฐบาลและองค์กรภาคีให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ พร้อมปรับรูปแบบการบริการสำหรับเด็กๆ เช่น เปิดช่องทางออนไลน์ให้คำปรึกษาสำหรับเด็กแบบตัวต่อตัว จัดฝึกอบรมทางไกลสำหรับผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิต จัดกิจกรรมออนไลน์เพื่อช่วยเด็กๆ ลดความวิตกกังวล

ในประเทศไทย ยูนิเซฟร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ บริการปรึกษาออนไลน์แก่วัยรุ่นในเรื่องต่างๆ รวมถึงด้านสุขภาพจิต ตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทางเลิฟแคร์ สเตชั่น www.lovecarestation.com

“ประเทศต่างๆ ต้องเพิ่มการลงทุนในบริการและการสนับสนุน ด้านสุขภาพจิตสำหรับวัยรุ่นและผู้ปกครอง ทั้งในชุมชนและในโรงเรียน นอกจากนี้เราต้องส่งเสริมพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กให้มีความรู้ และทักษะมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ ในครอบครัวที่เปราะบาง จะได้รับการดูแลและปกป้องคุ้มครองอย่างเหมาะสมที่บ้าน” นางเฮนเรียตตากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน